ช่วงนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการปิดงวดประจำปีของงานประจำครับ
ก็เลยต้องกรำศึกหนักมาเป็นเดือนๆ ก็ต้องสู้แบบนี้ไปจนกระทั่ง 30 มี.ค.
โน่นแหละครับ T T
แต่ผมกลับพบว่าการที่หน้าที่การงาน ความรับผิดชอบมันบีบคั้นเรา
ทำให้เวลาชีวิตเราน้อยลง มันก็ทำให้เราได้รีดเค้นศักยภาพในตัวเรา
ออกมาได้เช่นกันนะครับ ถ้าอยากมีเวลาเหลือมากๆก็ต้องทำงานให้
รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ต้องคิดต้องวางแผนล่วงหน้าหลายๆช็อต
เพื่อที่จะได้มีเวลาว่าง เวลาพักผ่อนเยอะๆ ถ้ามัวแต่ปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ
ทำงานแบบลอยชายเหมือนเก่า รับรองว่าชีวิตผมช่วงนี้จะยุ่งเหยิงแน่ๆ
ช่วงที่หายไปนอกจากงานประจำล้นมือแล้วก็ยังกลับไปคิดทบทวน
ในเรื่องของการลงทุนครับ เพราะผมรู้ศึกว่าปีที่ผ่านมาฝีมือด้านการลงทุน
ของผมนั้นไม่ก้าวหน้าเลยแม้แต่น้อย (ในโลกของความจริง ไม่ก้าวหน้า
ก็เท่ากับถอยหลังนั่นแหละครับ) อีกทั้งพอร์ตตั้งแต่ต้นปีมา ก็ดันมาติดลบ
ลบอยู่ราวๆ 2% จากที่เคยบวกไปประมาณ 7%
ซึ่งการที่พอร์ตติดลบนั้นก็เกิดจากการที่ผมถือหุ้นตัวเดียว
คือผมถือ BLA แค่ตัวเดียวเลยครับ ซึ่งก็ทำให้เจ็บตัวไปนิดหน่อย
ก็ได้รู้ว่า เราไม่ควรมั่นใจเกินไป เพราะอาจจะมีอะไรที่เราไม่รู้ก็ได้
และอีกอย่าง ผมได้ลองใช้การตัดกันของ EMV จับย้อนหลังไปดู
ก็พบว่าระบบได้ส่งสัญญาณให้ขายตั้งแต่ราคาหลุด 47 บาทแล้ว
แต่ไอ่เราก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว (ผมอ่อน TA มาก) ก็เลยเจ็บตัวไป
อีกเรื่องก็คือเรื่องของการกระจายการลงทุนครับ ถือหุ้นตัวเดียว
แบบไม่มีเงินสดเลยนี่ผมว่าผมงี่เง่ามาก เข็ดและจำขึ้นใจครับ
เห็นหุ้นชาวบ้านวิ่งเอาๆ SETก็เขียวเอาๆ แต่หุ้นในพอร์ตเราไม่ไปไหน
แถมยังรูดโชว์อีก เลยรู้ซึ้งเลยครับ...
หลังจากที่เจ็บกับ BLA ก็ได้อ่าน e-book ของ Edward Burke
ชื่อว่า How I won making money in stock market. ครับ
ก็ที่ผมลองเอาการตัดกันของ EMA จับ BLA ย้อนหลังนั่น
ก็อ่านมาจากเล่มนี้แหละครับ , ลองเอาสูตรของ Edward Burke ไปจับ
หุ้นหลายๆตัวก็พบว่ามันทำกำไรและช่วยให้เราหนีก่อนที่หุ้นจะรูดลง
ได้ดีทีเดียวครับ ก็เลยหาหนังสือ TA เล่มอื่นๆมาอ่านต่อเนื่องไปครับ
ช่วงนี้ก็เลยศึกษาหาแนวการลงทุนใหม่ๆครับ ไม่สนว่า VI หรือ TA
หรอกครับ ผมแค่อยากเอาตัวรอดจากตลาดหุ้นได้ก็เท่านั้นเอง
อันที่จริงความฝันของผมนอกจากการมีอิสระภาพทางการเงินแล้ว
ก็มีอีกอย่างนึงก็คือ ผมอยากพัฒนา skill การ trade ไปให้ถึงขั้น
" Midas Touch " ครับ ซึ่งก็ต้องพยายามจัดเวลามาศึกษาสร้าง skill
ให้ได้อย่างสม่ำเสมอครับ
ซึ่งผมก็ได้วางแผนไว้ดังนี้ครับ
1. อ่านหนังสือทุกวัน ทั้งเกี่ยวกับการเทรด การลงทุน หรืออื่นๆ
2. หาข้อมูลหุ้นทุกวัน Scan หาหุ้นแล้วติดตามบันทึกอย่างใกล้ชิด
3. เล่น Poker Online ในเวลาที่ว่าง(ระหว่างรอ) เพื่อฝึก Money Management
4. เข้าอบรม / ขอความรู้จากโค้ชเก่งๆ
5. ทำบันทึกการลงทุนทุกวัน
Wednesday, February 29, 2012
Sunday, January 29, 2012
0054 : Value Visions 27-01-2012
1.) วันนี้เพิ่งได้เอาแต๊ะเอียให้ปาปากะมามาครับ (ให้ย้อนหลัง)
แต่ปาปาคืนกลับมาให้เรา บอกขอรับไว้แต่ซอง ตังค์เก็บไว้เหอะ
กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว , รู้สึกตื้นตันใจมาก
พ่อยังไงก็ห่วงเรา ก้อนแต๊ะเอียซองนี้ไม่ได้มากมายหรอกครับ
และที่พ่อคืนมา ผมก็ไม่ได้อยากได้
แต่มันเป็นเหมือนกำลังใจว่า ชีวิตนี้เราจะแพ้ไม่ได้
เพราะมีเหตุผลที่ทำให้เราต้องชนะอยู่
อย่างน้อยก็ต้องชนะ , ประสบความสำเร็จในชีวิตเพื่อพ่อแม่เรา
2.) ช่วงนี้ทำงานประจำเลิกดึกทุกวัน
แบบนี้ไม่ดีเลย มันทำให้เราไม่มีเวลาคุยกับตัวเอง
ไม่ได้คิดเรื่องอื่น เช่นเรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือการลงทุน
ทำงานแบบนี้ผมรู้สึกว่ากำลังขายทั้งความคิด
ขายทั้งจิตวิญญาณให้กับงานประจำ
แต่ก็ต้องอดทน ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตรงหน้ามันก็สำคัญเช่นกัน
และมันเป็นแค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละที่งานเยอะ
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป (ท่องไว้ๆ)
อยากมี Financial Freedom แล้วโว้ยยยย!
3.) อ่าน Status Facebook ของน้องต้น
เจ้าของ Blog : http://ton4aliving.blogspot.com/
เกี่ยวกับเทรดเดอร์มือสมัครเล่น , มืออาชีพ อยากเอามาแชร์ไว้ครับ
Amateur traders look at how much they ca
Professional traders look at how much they can lose.
Amateur traders try to increase profits by raising leverage.
Professional traders protect their capital by lowering leverage.
Amateur traders try to make each trade a big winner.
Professional traders know that individual trades (win or lose) are meaningless.
Amateur traders become one of the 95% who lose all their money.
Professional traders become one of the 5% who get rich in the long run
Amateur traders count on luck and hope to win.
Professional traders count on the statistical edge of their trading method to win
using low leverage combined with compounding over a long series of trades.
Amatuers lose.
Professionals win.
แต่ปาปาคืนกลับมาให้เรา บอกขอรับไว้แต่ซอง ตังค์เก็บไว้เหอะ
กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว , รู้สึกตื้นตันใจมาก
พ่อยังไงก็ห่วงเรา ก้อนแต๊ะเอียซองนี้ไม่ได้มากมายหรอกครับ
และที่พ่อคืนมา ผมก็ไม่ได้อยากได้
แต่มันเป็นเหมือนกำลังใจว่า ชีวิตนี้เราจะแพ้ไม่ได้
เพราะมีเหตุผลที่ทำให้เราต้องชนะอยู่
อย่างน้อยก็ต้องชนะ , ประสบความสำเร็จในชีวิตเพื่อพ่อแม่เรา
2.) ช่วงนี้ทำงานประจำเลิกดึกทุกวัน
แบบนี้ไม่ดีเลย มันทำให้เราไม่มีเวลาคุยกับตัวเอง
ไม่ได้คิดเรื่องอื่น เช่นเรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือการลงทุน
ทำงานแบบนี้ผมรู้สึกว่ากำลังขายทั้งความคิด
ขายทั้งจิตวิญญาณให้กับงานประจำ
แต่ก็ต้องอดทน ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตรงหน้ามันก็สำคัญเช่นกัน
และมันเป็นแค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละที่งานเยอะ
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป (ท่องไว้ๆ)
อยากมี Financial Freedom แล้วโว้ยยยย!
3.) อ่าน Status Facebook ของน้องต้น
เจ้าของ Blog : http://ton4aliving.blogspot.com/
เกี่ยวกับเทรดเดอร์มือสมัครเล่น , มืออาชีพ อยากเอามาแชร์ไว้ครับ
Amateur traders look at how much they ca
Professional traders look at how much they can lose.
Amateur traders try to increase profits by raising leverage.
Professional traders protect their capital by lowering leverage.
Amateur traders try to make each trade a big winner.
Professional traders know that individual trades (win or lose) are meaningless.
Amateur traders become one of the 95% who lose all their money.
Professional traders become one of the 5% who get rich in the long run
Amateur traders count on luck and hope to win.
Professional traders count on the statistical edge of their trading method to win
using low leverage combined with compounding over a long series of trades.
Amatuers lose.
Professionals win.
Monday, January 23, 2012
0053 : Value Visions 23-01-2012
วันนี้เลิกงานเกือบ 4 ทุ่มเหมือนเคย
ช่วงนี้เลิกงานดึกตลอด
อันที่จริงจะไมทำก็ได้
เพียงแต่ผมเป็นคนที่ไม่ชอบดองงาน
และไม่ชอบให้งานค้างอยู่บนโต๊ะเท่านั้นเอง
ก็เลยทำแบบลุยไปให้เสร็จๆ
(ซึ่งก็ยังไม่ถึงกับเสร็จหมดหรอกครับ ยังเหลือนิดหน่อย)
ก็รู้สึกเหนื่อยบ้างอะไรบ้างตามประสาครับ
ช่วงนี้ได้แต่ติดตามข่าวสารการลงทุนต่างๆอย่างห่างครับ
จอหุ้นระหว่างวันนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย
ไม่เคยได้เปิดดูกะเค้าเล๊ย
จะมาดูอีกทีก็ตอน 4-5 โมงเย็นแล้ว
อาศัยอ่านข่าวสารทาง Social Network ที่เพื่อนๆพี่ๆเอามาโพสไว้ครับ
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างก็เลยให้ความสำคัญกับการเก็บออมเงินมากหน่อยครับ
เพราะไม่ค่อยมีเวลาใช้เงิน พยายามออมเงินให้ได้เยอะๆ
เพื่อเอาไปลงทุนในหากมีจังหวะที่ดีครับ
ส่วนการเทรดนั้นเด๋วไว้งานซากลับมาเจอกันแน่นอนครับ
ผมว่าการเทรดเป็นอะไรที่ผมอยากทำมาก
แต่หาเวลาให้มันไม่ได้เสียทีครับ T T
เพราะงั้นผมจึงใฝ่หาอิสระภาพทางการเงินมากเหลือเกิน
อิสระภาพทางการเงินคืออิสระภาพในการเลือก
ชีวิตที่มีทางเลือกมากๆ คือชีวิตที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ
อยากกินอะไรก็เลือกได้ ไล่ไปตั้งแต่มาม่าซองละ 6 บาท ยัน เป็ดโฟร์ซีซั่น
อยากเดินทางแบบไหนก็ไปได้ จะนั่งเครื่องบิน ล่องเรือ หรือ ขับรถไปเอง ก็เลือกได้
อยากทำอะไรก็สามารถเลือกๆได้โดยไม่มีข้อจำกัดอะไเท่าไหร่นัก
(อย่างน้อยก็มีข้อจำกัดน้อยกว่าคนที่ไม่มีอิสระภาพทางการเงิน)
สักวันเราจะเจอกัน !
Financial Freedom เอ๋ย !
ช่วงนี้เลิกงานดึกตลอด
อันที่จริงจะไมทำก็ได้
เพียงแต่ผมเป็นคนที่ไม่ชอบดองงาน
และไม่ชอบให้งานค้างอยู่บนโต๊ะเท่านั้นเอง
ก็เลยทำแบบลุยไปให้เสร็จๆ
(ซึ่งก็ยังไม่ถึงกับเสร็จหมดหรอกครับ ยังเหลือนิดหน่อย)
ก็รู้สึกเหนื่อยบ้างอะไรบ้างตามประสาครับ
ช่วงนี้ได้แต่ติดตามข่าวสารการลงทุนต่างๆอย่างห่างครับ
จอหุ้นระหว่างวันนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย
ไม่เคยได้เปิดดูกะเค้าเล๊ย
จะมาดูอีกทีก็ตอน 4-5 โมงเย็นแล้ว
อาศัยอ่านข่าวสารทาง Social Network ที่เพื่อนๆพี่ๆเอามาโพสไว้ครับ
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างก็เลยให้ความสำคัญกับการเก็บออมเงินมากหน่อยครับ
เพราะไม่ค่อยมีเวลาใช้เงิน พยายามออมเงินให้ได้เยอะๆ
เพื่อเอาไปลงทุนในหากมีจังหวะที่ดีครับ
ส่วนการเทรดนั้นเด๋วไว้งานซากลับมาเจอกันแน่นอนครับ
ผมว่าการเทรดเป็นอะไรที่ผมอยากทำมาก
แต่หาเวลาให้มันไม่ได้เสียทีครับ T T
เพราะงั้นผมจึงใฝ่หาอิสระภาพทางการเงินมากเหลือเกิน
อิสระภาพทางการเงินคืออิสระภาพในการเลือก
ชีวิตที่มีทางเลือกมากๆ คือชีวิตที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ
อยากกินอะไรก็เลือกได้ ไล่ไปตั้งแต่มาม่าซองละ 6 บาท ยัน เป็ดโฟร์ซีซั่น
อยากเดินทางแบบไหนก็ไปได้ จะนั่งเครื่องบิน ล่องเรือ หรือ ขับรถไปเอง ก็เลือกได้
อยากทำอะไรก็สามารถเลือกๆได้โดยไม่มีข้อจำกัดอะไเท่าไหร่นัก
(อย่างน้อยก็มีข้อจำกัดน้อยกว่าคนที่ไม่มีอิสระภาพทางการเงิน)
สักวันเราจะเจอกัน !
Financial Freedom เอ๋ย !
Tuesday, January 17, 2012
0052 : Value Visions 17-01-2012
วันนี้เลิกงานเกือบ 4 ทุ่ม
รู้สึกเหนื่อยและเซ็งมากเป็นพิเศษ
เริ่มไม่อยากทำงานประจำมากขึ้นทุกทีๆแล้วครับ
แต่ก็ต้องทำ เพราะฐานเรายังไม่แข็งแกร่งพอ
และอีกอย่างก็ทำเพราะความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ด้วย
"สถานการณ์แย่ๆ มักจะมีบทเรียนดีๆให้เราได้เก็บเกี่ยวอยู่เสมอ"
วันนี้เจอประโยคนึงจาก FB พี่โจ ซึ่งแชร์มาจาก @mudleygroup ครับ
ซึ่งเป็นประโยคที่ทำให้เราต้องคิดครับ ! มีอยู่ว่า...
"Put yourself in the best position
or you will not have a position come tomorrow."
ราตรีสวัสดิ์ครับ
รู้สึกเหนื่อยและเซ็งมากเป็นพิเศษ
เริ่มไม่อยากทำงานประจำมากขึ้นทุกทีๆแล้วครับ
แต่ก็ต้องทำ เพราะฐานเรายังไม่แข็งแกร่งพอ
และอีกอย่างก็ทำเพราะความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ด้วย
"สถานการณ์แย่ๆ มักจะมีบทเรียนดีๆให้เราได้เก็บเกี่ยวอยู่เสมอ"
วันนี้เจอประโยคนึงจาก FB พี่โจ ซึ่งแชร์มาจาก @mudleygroup ครับ
ซึ่งเป็นประโยคที่ทำให้เราต้องคิดครับ ! มีอยู่ว่า...
"Put yourself in the best position
or you will not have a position come tomorrow."
ราตรีสวัสดิ์ครับ
Thursday, January 5, 2012
0051 : Value Visions 02-01-2012
1.) ตั้งแต่หยุดยาวมา ผมนอนตื่นสายตลอดเลยแฮะ
แล้วก็นอนเยอะมาก อ่านหนังสือจนดึกทุกคืน ตื่นสายหน่อย
ก็ถือเป็นการพักผ่อนล่ะนะ แต่การนอนเยอะๆ ก็ดีสำหรับผม
อยู่เช่นกัน คือมันช่วยให้อาการปวดหลังหายไปเยอะเลยครับ
จากนี้คงต้องริ่มจัดตารางชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จะได้มีเวลาไปว่ายน้ำ และพักผ่อน ไม่งั้นมัวแต่นั่งทำงาน
หลังพังหมดพอดี อีกอย่างที่ต้องระวังกับเรื่องหลังนี่ก็เป็น
การสะพายกระเป๋นครับ บางทีสะพายกระเป๋าโน๊ตบุ๊คแล้ว
เอาพวกเอกสารอื่นๆยัดเพิ่มไปเนี่ยมันหนักเอาการเลย ทำให้
บางทีก็รู้สึกปวดหลังขึ้นมาเลยคีรับ ข้อนี้ต้องระวังให้ดี
เพราะบางครั้งเราก็ไม่ทันได้ตั้งใจ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพฤติกรรม
ของเรานั้นมันจะทำให้เราปวดหลัง...
2.) อีกอย่างที่ตั้งใจจะทำก็คือการจดรายการอาหาร เครื่องดื่ม หรือ ขนม
ที่กินในแต่ละวันครับ จะได้รู้ว่าเรากินอะไรเข้าไปเกินบ้าง
เพื่อเอามาปรับปรุงนิสัยในการกิน , ช่วยในการควบคุมและลดน้ำหนัก
เพราะไปอ่านเจอคำแนะนำในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ
ใน Twitter ของคุณหมอท่านนึงมาครับ
ขอเอามาแปะไว้ในบันทึกด้วย
1. ออกกำลังกาย วิ่ง , ปั่นจักรยาน , ว่ายน้ำ
150 นาที / สัปดาห์ จะ 30 นาที 5 วัน หรือ 60 นาที 3 วัน ก็ได้
2. จัดตารางฝึกกล้ามเนื่อ ( สร้างกล้ามเนื้อเผื่อช่วยในการเผาผลาญ )
Weight Training 1 ชม. / สัปดาห์ ใช้ App Imuscle ใน Iphone ไกด์ก็ได้
และ ยืดกล้ามเนื้อ 15 นาที ทุกวัน
3. จดบันทึกรายการอาหาร สม่ำเสมอ
ทานอะไร ? ปริมาณเท่าไหร่ ? เวลาเมื่อใด ?
4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
จะลด จะงด อะไรที่ทำให้เราอ้วน
นี่คือข้อแนะนำ 4 ข้อที่อ่านเจอมาครับ
3.) มีคนมาปรึกษาว่า ทำไงให้ตังค์เหลือใช้แบบเอ๋บ้าง
ทำงานมาไม่ค่อยมีเงินเก็บเลย (ทั้งๆที่คนถามเงินเดือนเยอะกว่าผมตั้งเยอะ)
ผมก็ถามว่าจดบัญชีรายรับรายจ่ายรึเปล่า ?
ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์มีตั้งไว้งบประมาณไว้บ้างไหม ?
แต่ละเดือนออมเงินได้สัก 10% ไหม ?
ปรากฏว่าไม่ได้ทำสักอย่าง
ก็เลยแนะนำให้ลองจดบัญชีรายรับรายจ่ายสักเดือนนึง จดให้ครบทุกรายการ
และก็ต้องหัดตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ไว้ด้วย
เช่น อาจจะตั้งค่าอาหารกลางวัน ค่าเดินทาง ที่จะใช้ใน 1 สัปดาห์ ไว้ 2,000 บาท
ก็ให้กด ATM ออกมาแค่ 2,000 บาท
( แต่ต้องมีเงินสำรองติดกระเป๋าไว้อีกส่วน เผื่อฉุกเฉิน )
ถ้าใช้พอ 1 สัปดาห์ เหลือเท่าไหร่ก็เอาไปออม
แต่ถ้าใช้ไม่พอ ยังไม่ครบ 7 วันตังค์หมด ก็ต้องมาพลิกบัญชีรับจ่ายดูว่า
เราใช้อะไรไปตรงไหนบ้าง การรู้ที่มาที่ไปของเงินเรานั้นสำคัญมาก!
จากนั้นก็เอาข้อมูลนั้นมาปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเราครับ
ผมแนะนำเค้าไปแค่นี้ก่อน
เด๋วไว้มีโอกาส เราลองมาติดตามผลกันครับ ว่าจะเป็นอย่างไร ?
แล้วก็นอนเยอะมาก อ่านหนังสือจนดึกทุกคืน ตื่นสายหน่อย
ก็ถือเป็นการพักผ่อนล่ะนะ แต่การนอนเยอะๆ ก็ดีสำหรับผม
อยู่เช่นกัน คือมันช่วยให้อาการปวดหลังหายไปเยอะเลยครับ
จากนี้คงต้องริ่มจัดตารางชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จะได้มีเวลาไปว่ายน้ำ และพักผ่อน ไม่งั้นมัวแต่นั่งทำงาน
หลังพังหมดพอดี อีกอย่างที่ต้องระวังกับเรื่องหลังนี่ก็เป็น
การสะพายกระเป๋นครับ บางทีสะพายกระเป๋าโน๊ตบุ๊คแล้ว
เอาพวกเอกสารอื่นๆยัดเพิ่มไปเนี่ยมันหนักเอาการเลย ทำให้
บางทีก็รู้สึกปวดหลังขึ้นมาเลยคีรับ ข้อนี้ต้องระวังให้ดี
เพราะบางครั้งเราก็ไม่ทันได้ตั้งใจ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพฤติกรรม
ของเรานั้นมันจะทำให้เราปวดหลัง...
2.) อีกอย่างที่ตั้งใจจะทำก็คือการจดรายการอาหาร เครื่องดื่ม หรือ ขนม
ที่กินในแต่ละวันครับ จะได้รู้ว่าเรากินอะไรเข้าไปเกินบ้าง
เพื่อเอามาปรับปรุงนิสัยในการกิน , ช่วยในการควบคุมและลดน้ำหนัก
เพราะไปอ่านเจอคำแนะนำในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ
ใน Twitter ของคุณหมอท่านนึงมาครับ
ขอเอามาแปะไว้ในบันทึกด้วย
1. ออกกำลังกาย วิ่ง , ปั่นจักรยาน , ว่ายน้ำ
150 นาที / สัปดาห์ จะ 30 นาที 5 วัน หรือ 60 นาที 3 วัน ก็ได้
2. จัดตารางฝึกกล้ามเนื่อ ( สร้างกล้ามเนื้อเผื่อช่วยในการเผาผลาญ )
Weight Training 1 ชม. / สัปดาห์ ใช้ App Imuscle ใน Iphone ไกด์ก็ได้
และ ยืดกล้ามเนื้อ 15 นาที ทุกวัน
3. จดบันทึกรายการอาหาร สม่ำเสมอ
ทานอะไร ? ปริมาณเท่าไหร่ ? เวลาเมื่อใด ?
4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
จะลด จะงด อะไรที่ทำให้เราอ้วน
นี่คือข้อแนะนำ 4 ข้อที่อ่านเจอมาครับ
3.) มีคนมาปรึกษาว่า ทำไงให้ตังค์เหลือใช้แบบเอ๋บ้าง
ทำงานมาไม่ค่อยมีเงินเก็บเลย (ทั้งๆที่คนถามเงินเดือนเยอะกว่าผมตั้งเยอะ)
ผมก็ถามว่าจดบัญชีรายรับรายจ่ายรึเปล่า ?
ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์มีตั้งไว้งบประมาณไว้บ้างไหม ?
แต่ละเดือนออมเงินได้สัก 10% ไหม ?
ปรากฏว่าไม่ได้ทำสักอย่าง
ก็เลยแนะนำให้ลองจดบัญชีรายรับรายจ่ายสักเดือนนึง จดให้ครบทุกรายการ
และก็ต้องหัดตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ไว้ด้วย
เช่น อาจจะตั้งค่าอาหารกลางวัน ค่าเดินทาง ที่จะใช้ใน 1 สัปดาห์ ไว้ 2,000 บาท
ก็ให้กด ATM ออกมาแค่ 2,000 บาท
( แต่ต้องมีเงินสำรองติดกระเป๋าไว้อีกส่วน เผื่อฉุกเฉิน )
ถ้าใช้พอ 1 สัปดาห์ เหลือเท่าไหร่ก็เอาไปออม
แต่ถ้าใช้ไม่พอ ยังไม่ครบ 7 วันตังค์หมด ก็ต้องมาพลิกบัญชีรับจ่ายดูว่า
เราใช้อะไรไปตรงไหนบ้าง การรู้ที่มาที่ไปของเงินเรานั้นสำคัญมาก!
จากนั้นก็เอาข้อมูลนั้นมาปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเราครับ
ผมแนะนำเค้าไปแค่นี้ก่อน
เด๋วไว้มีโอกาส เราลองมาติดตามผลกันครับ ว่าจะเป็นอย่างไร ?
Subscribe to:
Posts (Atom)