Pages

Sunday, April 22, 2012

0058 : Value Visions 22-04-2012

ผมหายไปจาก Blog แห่งนี้นานมาก
เนื่องด้วยงานประจำอยู่ในช่วงปิดบัญชี
พอปิดบัญชีเสร็จก็ดันมาป่วยอีก
สถานะตอนนี้ผมก็ยังจัดอยู่ในหมวดหมู่ของคนป่วยอยู่ครับ

การป่วยครั้งนี้เหมือนจะน่าตกใจที่สุดในชีวิจของผม
หนักหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมไม่เคยเจอมาก่อน
ปกติผมป่วยเป็นแค่ไข้หวัด ตาแดง แมลงกัด ประมาณนั้น
แต่คราวนี้อาการก็คือจู่ๆหน้าก็ชาเริ่มจากซีกซ้ายแล้วก็ซีกขวา
จากนั้นแขนขาหมดแรง รีบไปโรงพยาบาล(โรงบาลรัฐแห่งนึง)
หมอตรวจดีมาก(ประชด) ให้วิตามินบีกลับมา 1 ซอง แล้วไล่ผมกลับไปนอน
วันรุ่งขึ้นผมไปหาหมอคลินิกอีกรอบ หมอบอกผมเป็นต่อมน้ำเหลืออักเสบ
ตกเย็นผมก็เลยกลับบ้านไปหาหมออีกที่นึง
หมอคนนี้เป็นหมอประจำของแม่ผม
แกตรวจแล้วแกบอกขอส่งต่อให้หมอสมอง
ไอ่เราก็ เห้ย! กูจะเป็นอะไรเปล่าวะเนี่ย ?
ก็ไปตรวจกับหมอสมอง เค้าก็วินิจฉัยว่าเป็นปลายเส้นประสาทอักเสบ
และอาการเริ่มต้นของไมเกรน
แล้วก็พ่วงด้วยต่อมน้ำเหลืออักเสบอีก

การป่วยครั้งนี้ทำให้ผมตระหนักถึง " เวลา " ว่า เวลาของเราที่ยังหนุ่มแน่น
บางทีเราอาจจะคิดว่ามันเหลืออีกมาก
แต่จริงๆแล้วใครจะไปรู้ ว่าเรามีเวลาเหลือมากน้อยเพียงใด

ผมคิดย้อนไปแล้วผมรู้สึกแย่มาก
ถ้าผมเป็นอะไรไปในวันนั้น ผมคงตายตาไม่หลับแน่
เพราะยังมีหลายสิ่งที่ผมอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ
ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่
ยังไม่ได้ดูแลท่านให้สมกับที่ท่านเลี้ยงดูเรามาอย่างดี
ยังไม่ได้บวชให้พ่อแม่เห็นผ้าเหลืองเลย ฯลฯ

พอชีวิตเคลื่อยที่เข้าใกล้ความตาย
สิ่งที่เราคิดว่าจำเป็น เช่น เงินทอง วัตถุต่างๆ
กลับไม่มีค่า เงินที่ผมเทรดหุ้นมาได้
ผมรู้สึกว่า มันแทบไม่มีค่าอะไรเลยถ้าผมไม่มีสุขภาพดี
ตรงกันข้าม ผมยอมแลกเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของผมกับสุขภาพด้วยซ้ำ
(ถ้าแลกได้นะ)

ตอนนี้ผมก็อยู่ในช่วงรักษาตัวอยู่
แต่ก็ไปทำงานปกติ ทานยาไปด้วย
การไม่มีอิสรภาพทางการงินนี่มันแย่นะ
ถ้าผมมีอิสรภาพทางการเงินนะ วันพรุ่งนี้ผมคงไปเขียนใบลาออก
แล้วนอนพักรักษาตัวอยู่บ้านจนหาย
แล้วก็ใช้ชีวิตต่อจากนี้แบบให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสุดๆ
อยู่ใกล้ๆคนที่ผมรัก ดูแลพ่อแม่

แต่ก็ความจริงกับความฝันมันไม่ได้บรรจบกันบ่อยครั้งนัก
แต่... ผมต้องทำให้มันบรรจบกันให้
ด้วยชีวิตที่ยังเหลือลมหายใจอยู่เนี่ยแหละ

สู้ต่อไป
จะเจ็บเพียงไหนก็ตาม
ก็จะสู้ต่อไปครับ!


บทเรียนชีวิตเนี่ย ไม่ได้มาทีละหมัดสองหมัดเลยนะ
มาทีเป็นชุด เราได้แต่ยืนรับหมัดนั้นให้อยู่เท่านั้น
ยืนให้มั่น อย่าล้มเด็ดขาด แต่ถึงล้ม ก็จงลุกขึ้นมา
ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ!

Sunday, March 4, 2012

0057 : Value Visions 04-03-2012

ผลตอบแทนกลับมาเป็นบวกอีกครั้งครับ
หลังจากที่วูบลงไปอยู่ที่ - 2% ช่วงก่อน
ซึ่งก็เกิดจากความผิดพลาดในการวางแผนลงทุนของผมนั่นเอง
ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลตอบแทนสู่เป้าหมายที่วางครับ
10 เดือนต่อจากนี้ต้องลุยไปให้ถึงให้ได้
( ตอนนี้ผลตอบแทนของพอร์ตผมอยู่ที่ 0.84% )


วันนี้เพิ่งเข้าไป Comment Status ของ เพื่อนใน Facebook มา
เกี่ยวกับเรื่องเป้าหมายในการลงทุน
บางคนก็เข้าตลาดมาเพราะต้องการไล่ล่าเงิน
บางคนก็ต้องการแสวงหาความสำเร็จ
แต่สำหรับผม ผมก็ต้องการเงินแหละ
เพียงแต่ผมไม่ได้ต้องการเพื่อเอาไปปรนเปรอความสุขตัวเอง
ผมแค่อยากให้คนที่ผมรักมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ลำบากเท่านั้นเอง
อีกอย่างก็คือ ผมอยากมีอิสระภาพทางการเงิน
เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ
ไม่ต้องมาคอยปวดหัวเรื่องงานเรื่องเงินอีก แค่นั้นเอง...



และขอปิดท้ายด้วยสรุปหลักการลงทุนจาก TIF
( http://www.facebook.com/ThInvestForum )
ซึ่งสรุปจากเพลงของ Commodities Trader ชื่อดัง " Ed Seykota "

The Essentials

1. Ride Your Winners : ตัวที่กำไร ต้องทนถือให้กำไรสูงขึ้น อย่าขายหมู
2. Cut Your Losses : ตัวที่แย่ ต้องขายทิ้งให้ทัน อย่าทนอยู่ดอย
3. Manage Your Risk : บริหารความเสี่ยง กำหนดขนาดการลงทุน ให้เหมาะสมกับตัวเอง
4. Use Stops : กำหนดจุดขาย (ทั้งตัดขายทุน และ ทำกำไร)
5. Stick to the System : สร้างระบบไว้เอง ต้องทำตามให้ได้
6. File the News : รวบรวมข่าวสารไว้ศึกษาเป็นคลังข้อมูล

Thursday, March 1, 2012

0056 : Value Visions 01-03-2012

วันนี้หุ้นที่เลือกไว้จากการใช้ EMA Crossover ปรับตัวขึ้นตามตลาดครับ
ทำให้ผลตอบแทนพอร์ของตผมในวันนี้เริ่มกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ -0.16%
เวลาที่เหลืออีก 10 เดือนต่อจากนี้ต้องแก้เกมให้กลับมาชนะตลาดและ
ทำกำไรตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ได้ครับ

ผมใช้ระบบง่ายๆ EMA Crossover 3 เส้น แบบ Edward Burke เกาะ Trend
ไปเรื่อยๆครับ สูตรของระบบนี้ก็คือ A x B = C โดยแทน A B C เป็นเส้น 3 เส้น
A คือเส้นของ Price ซึ่งใช้เส้นระยะสั้นประมาณ EMA 3 - 5 ครับ
ส่วน B ก็คือเส้นของ Short Term Trend และ C ก็แทน Long Term Trend ครับ
จากนั้นก็นำมาเข้าสูตร A x B = C
อย่างผมใช้ สูตร 3 x 13 = 39 ครับ
แต่บางคนอาจจะใช้ 3 x 6 = 18 หรือ 5 x 10 = 50 , 5 x 20 = 100 ก็ได้
ที่ผมใช้ 3 x 13 = 39 เพราะผมลองกดๆดู แต่ละแบบแล้ว
แบบ 3 x 6 = 18 เวลาตัดลงมันตัดไวไปทำให้เราอาจจะขายหมูได้ครับ
แบบ 5 x 10 = 50 ก็ตัดขึ้นช้าไปทำให้เราก็ต้องซื้อแพงขึ้น
สรุปผมก็เลยเลือกใช้แบบ 3 x 13 = 39 ในการเข้าเทรดครับ
( ใช้ประกอบกับ Bollingger Band ครับ )

ระบบที่ Edward Burke แนะนำไว้ก็คือการ...
ซื้อเมื่อเส้น A ตัดเส้น B ขึ้น โดยทั้งหมดต้องเทรดอยู่เหนือเส้น C ครับ
ส่วนเวลาขายเค้าบอกให้ขายเมื่อเส้น A ตัดเส้น B ลงมาครับ (เผ่นให้ไว)

ระบบไม่ยากเลยครับ
แต่ที่ยากจริงๆนั้นคือการควบคุมตัวเราให้ทำตามระบบต่างหาก...

Wednesday, February 29, 2012

0055 : Value Visions 29-02-2012

ช่วงนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการปิดงวดประจำปีของงานประจำครับ
ก็เลยต้องกรำศึกหนักมาเป็นเดือนๆ ก็ต้องสู้แบบนี้ไปจนกระทั่ง 30 มี.ค.
โน่นแหละครับ T T

แต่ผมกลับพบว่าการที่หน้าที่การงาน ความรับผิดชอบมันบีบคั้นเรา
ทำให้เวลาชีวิตเราน้อยลง มันก็ทำให้เราได้รีดเค้นศักยภาพในตัวเรา
ออกมาได้เช่นกันนะครับ ถ้าอยากมีเวลาเหลือมากๆก็ต้องทำงานให้
รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ต้องคิดต้องวางแผนล่วงหน้าหลายๆช็อต
เพื่อที่จะได้มีเวลาว่าง เวลาพักผ่อนเยอะๆ ถ้ามัวแต่ปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ
ทำงานแบบลอยชายเหมือนเก่า รับรองว่าชีวิตผมช่วงนี้จะยุ่งเหยิงแน่ๆ

ช่วงที่หายไปนอกจากงานประจำล้นมือแล้วก็ยังกลับไปคิดทบทวน
ในเรื่องของการลงทุนครับ เพราะผมรู้ศึกว่าปีที่ผ่านมาฝีมือด้านการลงทุน
ของผมนั้นไม่ก้าวหน้าเลยแม้แต่น้อย (ในโลกของความจริง ไม่ก้าวหน้า
ก็เท่ากับถอยหลังนั่นแหละครับ) อีกทั้งพอร์ตตั้งแต่ต้นปีมา ก็ดันมาติดลบ
ลบอยู่ราวๆ 2% จากที่เคยบวกไปประมาณ 7%

ซึ่งการที่พอร์ตติดลบนั้นก็เกิดจากการที่ผมถือหุ้นตัวเดียว
คือผมถือ BLA แค่ตัวเดียวเลยครับ ซึ่งก็ทำให้เจ็บตัวไปนิดหน่อย
ก็ได้รู้ว่า เราไม่ควรมั่นใจเกินไป เพราะอาจจะมีอะไรที่เราไม่รู้ก็ได้
และอีกอย่าง ผมได้ลองใช้การตัดกันของ EMV จับย้อนหลังไปดู
ก็พบว่าระบบได้ส่งสัญญาณให้ขายตั้งแต่ราคาหลุด 47 บาทแล้ว
แต่ไอ่เราก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว (ผมอ่อน TA มาก) ก็เลยเจ็บตัวไป
อีกเรื่องก็คือเรื่องของการกระจายการลงทุนครับ ถือหุ้นตัวเดียว
แบบไม่มีเงินสดเลยนี่ผมว่าผมงี่เง่ามาก เข็ดและจำขึ้นใจครับ
เห็นหุ้นชาวบ้านวิ่งเอาๆ SETก็เขียวเอาๆ แต่หุ้นในพอร์ตเราไม่ไปไหน
แถมยังรูดโชว์อีก เลยรู้ซึ้งเลยครับ...

หลังจากที่เจ็บกับ BLA ก็ได้อ่าน e-book ของ Edward Burke
ชื่อว่า How I won making money in stock market. ครับ
ก็ที่ผมลองเอาการตัดกันของ EMA จับ BLA ย้อนหลังนั่น
ก็อ่านมาจากเล่มนี้แหละครับ , ลองเอาสูตรของ Edward Burke ไปจับ
หุ้นหลายๆตัวก็พบว่ามันทำกำไรและช่วยให้เราหนีก่อนที่หุ้นจะรูดลง
ได้ดีทีเดียวครับ ก็เลยหาหนังสือ TA เล่มอื่นๆมาอ่านต่อเนื่องไปครับ
ช่วงนี้ก็เลยศึกษาหาแนวการลงทุนใหม่ๆครับ ไม่สนว่า VI หรือ TA
หรอกครับ ผมแค่อยากเอาตัวรอดจากตลาดหุ้นได้ก็เท่านั้นเอง

อันที่จริงความฝันของผมนอกจากการมีอิสระภาพทางการเงินแล้ว
ก็มีอีกอย่างนึงก็คือ ผมอยากพัฒนา skill การ trade ไปให้ถึงขั้น
" Midas Touch " ครับ ซึ่งก็ต้องพยายามจัดเวลามาศึกษาสร้าง skill
ให้ได้อย่างสม่ำเสมอครับ

ซึ่งผมก็ได้วางแผนไว้ดังนี้ครับ
1. อ่านหนังสือทุกวัน ทั้งเกี่ยวกับการเทรด การลงทุน หรืออื่นๆ
2. หาข้อมูลหุ้นทุกวัน Scan หาหุ้นแล้วติดตามบันทึกอย่างใกล้ชิด
3. เล่น Poker Online ในเวลาที่ว่าง(ระหว่างรอ) เพื่อฝึก Money Management
4. เข้าอบรม / ขอความรู้จากโค้ชเก่งๆ
5. ทำบันทึกการลงทุนทุกวัน

Sunday, January 29, 2012

0054 : Value Visions 27-01-2012

1.) วันนี้เพิ่งได้เอาแต๊ะเอียให้ปาปากะมามาครับ (ให้ย้อนหลัง)
แต่ปาปาคืนกลับมาให้เรา บอกขอรับไว้แต่ซอง ตังค์เก็บไว้เหอะ
กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว , รู้สึกตื้นตันใจมาก
พ่อยังไงก็ห่วงเรา ก้อนแต๊ะเอียซองนี้ไม่ได้มากมายหรอกครับ
และที่พ่อคืนมา ผมก็ไม่ได้อยากได้
แต่มันเป็นเหมือนกำลังใจว่า ชีวิตนี้เราจะแพ้ไม่ได้
เพราะมีเหตุผลที่ทำให้เราต้องชนะอยู่
อย่างน้อยก็ต้องชนะ , ประสบความสำเร็จในชีวิตเพื่อพ่อแม่เรา


2.) ช่วงนี้ทำงานประจำเลิกดึกทุกวัน
แบบนี้ไม่ดีเลย มันทำให้เราไม่มีเวลาคุยกับตัวเอง
ไม่ได้คิดเรื่องอื่น เช่นเรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือการลงทุน
ทำงานแบบนี้ผมรู้สึกว่ากำลังขายทั้งความคิด
ขายทั้งจิตวิญญาณให้กับงานประจำ
แต่ก็ต้องอดทน ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตรงหน้ามันก็สำคัญเช่นกัน
และมันเป็นแค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละที่งานเยอะ
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป (ท่องไว้ๆ)
อยากมี Financial Freedom แล้วโว้ยยยย!


3.) อ่าน Status Facebook ของน้องต้น
เจ้าของ Blog : http://ton4aliving.blogspot.com/
เกี่ยวกับเทรดเดอร์มือสมัครเล่น , มืออาชีพ อยากเอามาแชร์ไว้ครับ

Amateur traders look at how much they ca
Professional traders look at how much they can lose.

Amateur traders try to increase profits by raising leverage.
Professional traders protect their capital by lowering leverage.

Amateur traders try to make each trade a big winner.
Professional traders know that individual trades (win or lose) are meaningless.

Amateur traders become one of the 95% who lose all their money.
Professional traders become one of the 5% who get rich in the long run

Amateur traders count on luck and hope to win.
Professional traders count on the statistical edge of their trading method to win
using low leverage combined with compounding over a long series of trades.

Amatuers lose.
Professionals win.