Pages

Wednesday, April 25, 2012

0060 : Value Visions 25-04-2012


ฝรั่งขายสุทธิ 2 วันแล้ว แต่ตลาดหุ้นไทยก็ยังคงขึ้นไหว
เป็นสิ่งที่ผมแปลกใจ ทั้งๆที่ทางฝั่งยุโรป อมเริกา ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่อันที่จริงแล้วผมไม่ควรพยายามลุ้น เชียร์ หรือ แช่ง ตลาด ด้วยซ้ำ
เพราะนั้นแสดงถึงการพยายามคาดเดาตลาดของตัวเราอยู่นั่นเอง
( แต่อันที่จริง มันก็อดไม่ได้ที่จะเดา เรียกได้ว่าเดาเอามันส์นั่นเอง)
การทำตามแผนที่วางไว้ต่างหากที่เราควรจำไว้ให้แม่น


ตลาดจะขึ้นหรือจะลง อย่าไปใส่ใจให้มาก
แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือ หากตลาดขึ้นไปจะทำอย่างไร
หรือตลาดปรับฐานจะรับมือด้วยแผนไหนมากกว่า



ชีวิตผมในช่วงนี้โหยหาความยุติธรรมครับ
เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมสักเท่าไหร่
ก็อย่างที่ บิล เกตต์ เคยว่าไว้เดี๊ยะเลยแหละครับ
" โลกนี้ไม่เคยมีความยุติธรรมหรอก จงทำควาคุ้นเคยกับมันไว้ซะ "

Monday, April 23, 2012

0059 : Value Visions 23-04-2012

ตลาดหุ้นมักจะพาคุณเตลิดไปกับความโลภและความกลัวเสมอ
วันนี้ก็เช่นกัน ช่วงเช้าทุกอย่างเหมือนยังคงสดใส
แต่พอช่วงบ่ายกลับไหลลงซะอย่างนั้น

มนุษย์ Trand Follower อย่างผมก็ไม่ได้เดือดร้อนใจอะไรหรอกครับ
เพราะไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือจะลง ผมก็วางแผนเอาไว้แล้ว
( ไม่ได้พูดทำเท่นะ แต่ผมพูดจริงๆ )
ตั้งแต่ผมหัดเทรดแบบ KZM มาเนี่ย
ทุกครั้งที่หุ้นขึ้นแรงๆ ผม Happy กะชาวบ้าน
และทุกครั้งที่หุ้นตกแรงๆ ผมก็ Happy ยิ่งกว่าตอนหุ้นขึ้นเสียอีก
เพราะนั้นหมายถึงผมมีโอกาสกลับมาซื้อหุ้นเข้าโซนเดิมที่ขายไป
( ไว้เรียบเรียงเรื่อง KZM สไตล์ผมเสร็จจะมาเล่าให้ฟังนะครับ )


ส่วนข้อผิดพลาดในการเทรด 2 วันนี้ก็คือ
ผมลืม Key ซื้อ Unit ของกอง C
สัญญาณซื้อของระบบ บอกให้ซื้อตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ผมก็มัวแต่ยุ่ง
ก็เลยลืม Key ซื้อไป เซ็งเป็ดไปนิดหน่อย
 ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ว่ากันใหม่



ส่วนเรื่องการทำงานมีเรื่องน่าผิดหวังนิดหน่อยครับ
แต่ก็ช่างแม่งมัน! เพราะยังไง สักวันผมก็จะไล่เจ้านายออกจากชีวิตผมอยู่แล้ว
สู้ต่อไปเพื่อชีวิตที่อิสระของเราดีกว่า!

Sunday, April 22, 2012

0058 : Value Visions 22-04-2012

ผมหายไปจาก Blog แห่งนี้นานมาก
เนื่องด้วยงานประจำอยู่ในช่วงปิดบัญชี
พอปิดบัญชีเสร็จก็ดันมาป่วยอีก
สถานะตอนนี้ผมก็ยังจัดอยู่ในหมวดหมู่ของคนป่วยอยู่ครับ

การป่วยครั้งนี้เหมือนจะน่าตกใจที่สุดในชีวิจของผม
หนักหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมไม่เคยเจอมาก่อน
ปกติผมป่วยเป็นแค่ไข้หวัด ตาแดง แมลงกัด ประมาณนั้น
แต่คราวนี้อาการก็คือจู่ๆหน้าก็ชาเริ่มจากซีกซ้ายแล้วก็ซีกขวา
จากนั้นแขนขาหมดแรง รีบไปโรงพยาบาล(โรงบาลรัฐแห่งนึง)
หมอตรวจดีมาก(ประชด) ให้วิตามินบีกลับมา 1 ซอง แล้วไล่ผมกลับไปนอน
วันรุ่งขึ้นผมไปหาหมอคลินิกอีกรอบ หมอบอกผมเป็นต่อมน้ำเหลืออักเสบ
ตกเย็นผมก็เลยกลับบ้านไปหาหมออีกที่นึง
หมอคนนี้เป็นหมอประจำของแม่ผม
แกตรวจแล้วแกบอกขอส่งต่อให้หมอสมอง
ไอ่เราก็ เห้ย! กูจะเป็นอะไรเปล่าวะเนี่ย ?
ก็ไปตรวจกับหมอสมอง เค้าก็วินิจฉัยว่าเป็นปลายเส้นประสาทอักเสบ
และอาการเริ่มต้นของไมเกรน
แล้วก็พ่วงด้วยต่อมน้ำเหลืออักเสบอีก

การป่วยครั้งนี้ทำให้ผมตระหนักถึง " เวลา " ว่า เวลาของเราที่ยังหนุ่มแน่น
บางทีเราอาจจะคิดว่ามันเหลืออีกมาก
แต่จริงๆแล้วใครจะไปรู้ ว่าเรามีเวลาเหลือมากน้อยเพียงใด

ผมคิดย้อนไปแล้วผมรู้สึกแย่มาก
ถ้าผมเป็นอะไรไปในวันนั้น ผมคงตายตาไม่หลับแน่
เพราะยังมีหลายสิ่งที่ผมอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ
ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่
ยังไม่ได้ดูแลท่านให้สมกับที่ท่านเลี้ยงดูเรามาอย่างดี
ยังไม่ได้บวชให้พ่อแม่เห็นผ้าเหลืองเลย ฯลฯ

พอชีวิตเคลื่อยที่เข้าใกล้ความตาย
สิ่งที่เราคิดว่าจำเป็น เช่น เงินทอง วัตถุต่างๆ
กลับไม่มีค่า เงินที่ผมเทรดหุ้นมาได้
ผมรู้สึกว่า มันแทบไม่มีค่าอะไรเลยถ้าผมไม่มีสุขภาพดี
ตรงกันข้าม ผมยอมแลกเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของผมกับสุขภาพด้วยซ้ำ
(ถ้าแลกได้นะ)

ตอนนี้ผมก็อยู่ในช่วงรักษาตัวอยู่
แต่ก็ไปทำงานปกติ ทานยาไปด้วย
การไม่มีอิสรภาพทางการงินนี่มันแย่นะ
ถ้าผมมีอิสรภาพทางการเงินนะ วันพรุ่งนี้ผมคงไปเขียนใบลาออก
แล้วนอนพักรักษาตัวอยู่บ้านจนหาย
แล้วก็ใช้ชีวิตต่อจากนี้แบบให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสุดๆ
อยู่ใกล้ๆคนที่ผมรัก ดูแลพ่อแม่

แต่ก็ความจริงกับความฝันมันไม่ได้บรรจบกันบ่อยครั้งนัก
แต่... ผมต้องทำให้มันบรรจบกันให้
ด้วยชีวิตที่ยังเหลือลมหายใจอยู่เนี่ยแหละ

สู้ต่อไป
จะเจ็บเพียงไหนก็ตาม
ก็จะสู้ต่อไปครับ!


บทเรียนชีวิตเนี่ย ไม่ได้มาทีละหมัดสองหมัดเลยนะ
มาทีเป็นชุด เราได้แต่ยืนรับหมัดนั้นให้อยู่เท่านั้น
ยืนให้มั่น อย่าล้มเด็ดขาด แต่ถึงล้ม ก็จงลุกขึ้นมา
ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ!

Sunday, March 4, 2012

0057 : Value Visions 04-03-2012

ผลตอบแทนกลับมาเป็นบวกอีกครั้งครับ
หลังจากที่วูบลงไปอยู่ที่ - 2% ช่วงก่อน
ซึ่งก็เกิดจากความผิดพลาดในการวางแผนลงทุนของผมนั่นเอง
ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลตอบแทนสู่เป้าหมายที่วางครับ
10 เดือนต่อจากนี้ต้องลุยไปให้ถึงให้ได้
( ตอนนี้ผลตอบแทนของพอร์ตผมอยู่ที่ 0.84% )


วันนี้เพิ่งเข้าไป Comment Status ของ เพื่อนใน Facebook มา
เกี่ยวกับเรื่องเป้าหมายในการลงทุน
บางคนก็เข้าตลาดมาเพราะต้องการไล่ล่าเงิน
บางคนก็ต้องการแสวงหาความสำเร็จ
แต่สำหรับผม ผมก็ต้องการเงินแหละ
เพียงแต่ผมไม่ได้ต้องการเพื่อเอาไปปรนเปรอความสุขตัวเอง
ผมแค่อยากให้คนที่ผมรักมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ลำบากเท่านั้นเอง
อีกอย่างก็คือ ผมอยากมีอิสระภาพทางการเงิน
เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ
ไม่ต้องมาคอยปวดหัวเรื่องงานเรื่องเงินอีก แค่นั้นเอง...



และขอปิดท้ายด้วยสรุปหลักการลงทุนจาก TIF
( http://www.facebook.com/ThInvestForum )
ซึ่งสรุปจากเพลงของ Commodities Trader ชื่อดัง " Ed Seykota "

The Essentials

1. Ride Your Winners : ตัวที่กำไร ต้องทนถือให้กำไรสูงขึ้น อย่าขายหมู
2. Cut Your Losses : ตัวที่แย่ ต้องขายทิ้งให้ทัน อย่าทนอยู่ดอย
3. Manage Your Risk : บริหารความเสี่ยง กำหนดขนาดการลงทุน ให้เหมาะสมกับตัวเอง
4. Use Stops : กำหนดจุดขาย (ทั้งตัดขายทุน และ ทำกำไร)
5. Stick to the System : สร้างระบบไว้เอง ต้องทำตามให้ได้
6. File the News : รวบรวมข่าวสารไว้ศึกษาเป็นคลังข้อมูล

Thursday, March 1, 2012

0056 : Value Visions 01-03-2012

วันนี้หุ้นที่เลือกไว้จากการใช้ EMA Crossover ปรับตัวขึ้นตามตลาดครับ
ทำให้ผลตอบแทนพอร์ของตผมในวันนี้เริ่มกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ -0.16%
เวลาที่เหลืออีก 10 เดือนต่อจากนี้ต้องแก้เกมให้กลับมาชนะตลาดและ
ทำกำไรตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ได้ครับ

ผมใช้ระบบง่ายๆ EMA Crossover 3 เส้น แบบ Edward Burke เกาะ Trend
ไปเรื่อยๆครับ สูตรของระบบนี้ก็คือ A x B = C โดยแทน A B C เป็นเส้น 3 เส้น
A คือเส้นของ Price ซึ่งใช้เส้นระยะสั้นประมาณ EMA 3 - 5 ครับ
ส่วน B ก็คือเส้นของ Short Term Trend และ C ก็แทน Long Term Trend ครับ
จากนั้นก็นำมาเข้าสูตร A x B = C
อย่างผมใช้ สูตร 3 x 13 = 39 ครับ
แต่บางคนอาจจะใช้ 3 x 6 = 18 หรือ 5 x 10 = 50 , 5 x 20 = 100 ก็ได้
ที่ผมใช้ 3 x 13 = 39 เพราะผมลองกดๆดู แต่ละแบบแล้ว
แบบ 3 x 6 = 18 เวลาตัดลงมันตัดไวไปทำให้เราอาจจะขายหมูได้ครับ
แบบ 5 x 10 = 50 ก็ตัดขึ้นช้าไปทำให้เราก็ต้องซื้อแพงขึ้น
สรุปผมก็เลยเลือกใช้แบบ 3 x 13 = 39 ในการเข้าเทรดครับ
( ใช้ประกอบกับ Bollingger Band ครับ )

ระบบที่ Edward Burke แนะนำไว้ก็คือการ...
ซื้อเมื่อเส้น A ตัดเส้น B ขึ้น โดยทั้งหมดต้องเทรดอยู่เหนือเส้น C ครับ
ส่วนเวลาขายเค้าบอกให้ขายเมื่อเส้น A ตัดเส้น B ลงมาครับ (เผ่นให้ไว)

ระบบไม่ยากเลยครับ
แต่ที่ยากจริงๆนั้นคือการควบคุมตัวเราให้ทำตามระบบต่างหาก...