Showing posts with label KZM. Show all posts
Showing posts with label KZM. Show all posts
Sunday, August 13, 2017
0644 : Diary 13 ส.ค. 2560
1. อยู่บ้านทั้งวัน เลี้ยงลูก แล้วก็ทำ draft เนื้อหา MW ที่จะส่งให้กับทีมไปทำ animated ซึ่งการทำ draft นี้ก็ช่วยให้เราได้ทบทวน model ของเราอย่างจริงๆจังๆอีกรอบเหมือนกัน
พอทำ draft เสร็จ ก็เลยเอาหุ้นในพอร์ตบางตัวมากกางดู จับทำ RP set กระสุนแต่ละ Zone อีกรอบ ให้มันสามารถ monitors RP ได้ ทำไปได้ 4 ตัวละ พอก่อน ภรรยาชักจะไม่ค่อย ok ละ ก็เลยต้องไปช่วยเลี้ยงลูก
... การมีลูกนี่ มันเป็นความชื่นใจที่ลด productivity ของเรานะ แต่ก็นั่นแหละ ยอมแลก แล้วก็จัดเวลาจัดวิถีชีวิตให้มันเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันเอาละกัน
2. มาย้อนดู blog ตัวเองช่วงแรกๆ ที่เขียนเรื่อง KZM เออ... ตอนนั้นมองข้ามอะไรบางอย่างไปนี่หว่า เรื่องการคำนวน MM ป่ะ แล้วก็มุมมองต่อกรอบและโซนการเล่น (ถ้าปัจจุบันก็ต้องเรียกว่า Time Base)
เมื่อก่อนเอา return เป็นตัวตั้ง วาง mm ถึง 0 เหรอ ไม่หรอก กำไรน้อยดิ ... กูเล่นกรอบแคบๆนี่แหละ กูเทพ มองอะไรไม่ผิดไปหรอก มันคงไม่หลุดโซนหรอกน่า ถ้าหลุดเด๋วค่อยว่ากัน
ดู mindset ดู principle ของตัวเองย้อนหลังไปนี่ สัส เปรี้ยวตีนชิบหาย ... มิน่าโดนเค้าทุบเอาๆ 555
ปัจจุบันน่ะเหรอ แม่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเลย ... เลือก product ดีๆ ถ้าหุ้นก็ต้องพวกมีกำไรสม่ำเสมอ แล้วก็วางเงินถึง 0 ไว้ก่อน กรอบการเล่นกว้างแต่สามารถ generate cash flow ได้สม่ำเสมอนะ ประมาณว่า ยึดครองพื้นที่ก่อน แล้วก็ใจเย็ดๆ ... อยากเล่นกรอบแคบ เทรดถี่ๆเหรอ เด๋วค่อยเอากำไรไปเทรด ตอนนี้กลัวตายมากกว่ากว่าไม่รวย ตลาดหุ้นแม่งอยู่ไปนานๆ Wealth มันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเองแหละ อย่าเพิ่งรีบ รีบทีไรชิบหายทุกที
3. อาหารการกินวันนี้
มื้อเช้า = ข้าวต้มทรงเครื่อง
มื้อกลางวัน = เส้นเล็กแห้ง
ขนม = ไอติมกะทิ + ไอติมกล้วยของเนสเล่ 2 แท่ง
มื้อเย็น = ข้าว + ปลาทอด + น้ำพริกกะปิ + ต้มจืด
Friday, June 10, 2016
0470 : ขุดกรุ Trade Log
ช่วงนี้คนขอพวก Trade Log หลังไมค์มาเยอะเลย ซึ่งเป็นเรื่องดีนะ ที่เริ่มมีคนเห็นความสำคัญในการทำบัญชีเทรดมากขึ้นครับ แล้วช่วงผมก็ไม่ค่อยว่างส่งให้เท่าไหร่ด้วยครับ เลยขอเอามาแปะในนี้ไว้เลยดีกว่า เผื่อใครผ่านมาก็โหลดกันไปได้ครับ
ผมได้ Trade Log มาจากห้อง DSM Club ใน Pantip ครับ มีคนทำไว้น๊านนานแล้ว ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาคนทำเลย แต่ขอบคุณมากๆๆเลยนะครับ มันมีประโยชน์จริงๆ ใช้ทำเงินได้หลายบาทเลย 555 ขอบคุณครับๆๆ
DSM Trade Log อันนี้พี่ Teera ทำไว้ครับ ตั้งแต่ปี 2004 แล้วว โหว 12 ปีแล้วนะเนี่ย File นี้จะบันทึกหุ้นหรือ product ต่างๆได้ 15 product เลยทีเดียว ซึ่งมันเจ๋งมาก จะทำแบบ หุ้น 15 ตัวใน File เดียวก็ได้ หรือจะ หุ้น , ทอง , ค่าเงินสกุลต่างๆ , กองทุน ใน File เดียวกันก็ไม่ว่ากัน
ตารางที่ผม upload ไว้มีการปรับปรุงนิดหน่อยครับ ซึ่งของ original มันมีบางช่องไม่แสดงตัวเลขเลยแก้ๆไป แล้วปรับช่องต่างๆให้เข้ากับมุมมองผมมากขึ้นครับ ใครจะโหลดไปใช้ลองปรับดูให้เข้ากับตัวเองด้วยก็ดีครับ ไว้ว่างๆจะทำ Clip วิธีกรอก Trade Log นะครับ ช่วงนี้ลองงมๆกันไปก่อนนะ อิอิ
Link Download : https://openload.co/f/A0I2W7Bb4Zk/Portfolio_Record.xlsx
KZM Trade Log อันนี้ไม่ทราบว่าใครทำไว้ครับ เรียบง่าย แต่ใช้งานได้ดีเลย ใครทำ KZM ถ้าทำตารางเองไม่เป็น ลองทำในอันนี้ก็จะ ok เลย เพียงแต่ถ้าเทรดหลายตัว หลาย product ก็ต้องแยกเป็นหลาย file ครับ
Link Download : https://openload.co/f/QHiJkYreeUA/KZM_Trade_Log.xls
ถ้าจะเทรดให้เหมือนทำธุรกิจ การทำบัญชีก็เป็นเรื่องสำคัญครับ ถ้าไม่ทำบัญชีก็จะพัฒนาระบบลำบาก แต่ถ้าใครสะดวกก็ลองออกแบบบัญชีเองดูครับ แล้วอย่าลืมแบ่งผมลองใช้บ้างนะครับ ^ ^
Monday, May 2, 2016
0449 : Note การดู Mudley Channel ตอน Mudley Live พี่ KFC_M
Note การดู Mudley Channel ตอน Mudley Live พี่ KFC_M
Link Youtube : https://youtu.be/Kf9Q8VorZyQ
ตอนนี้มีแขกรับเชิญคือ P' KFC_M หรือ พี่อ้วน ผู้ที่ทดลองทำ KZM คนแรกๆ แล้วก็ Post บอกเล่าเรื่องราวในกระทู้ pantip ให้แมงเม่ารุ่นใหม่ๆอย่างผมได้ศึกษาครับ ผมก็เลยต้องติดตาม อิอิ
Link กระทู้ในตำนาน (ยังเข้าได้อยู่นะ) : MudleyGroup Model Real Lab Version
เริ่มต้น Live มาก็จะเป็นการพูดคุย โดย P' KFC_M เริ่มเทรดตอนปี 2551 ตอนแรกจะเทรดทองแท่ง เพราะคิดว่าทองปลอดภัยสุด แล้วก็ปรึกษาพี่ต้าน กลับได้รับคำตอบว่า มีสิ่งที่ปลอดภัยกว่าทอง ซึ่งก็คือหุ้น แต่ตอนนั้นเข้าใจว่าหุ้นมันเสี่ยง เป็นการพนัน
พี่ต้านก็อธิบายเรื่องการแบ่งเงินเป็นส่วนย่อยให้ฟัง คือ ถ้าเทรดทอง เงิน 70,000-80,000 คงซื้อได้ไม้เดียว ซื้อแล้วหมด แต่ถ้าเป็นหุ้นก็สามารถแบ่งซื้อ-ขายทีละน้อยๆ หลักร้อยหุ้นได้ แล้วก็ได้เข้าไปอ่านกระทู้แนวคิดแรกๆใน pantip (พี่ต้านไม่ได้สอนหรอก ให้ไปอ่านเอง)
ตอนเรียนเคยเห็นพี่ต้าน ขายแล้วหุ้นลง ซื้อแล้วหุ้นขึ้น แต่ก็งงๆไม่รู้ว่าทำยังไง
จากนั้นพี่ต้านให้พี่อ้วนไปเปิดพอร์ต กับโบรคที่ไม่มีขั้นต่ำ เปิดพอร์ตด้วยเงิน 5,000 บาท แล้วก็วางแผน ทำ mm ตามเงินที่มี ช่วงนั้นก็มีข้อสงสัยเยอะมาก แต่พี่ต้านก็ช่วยตอบข้อสงสัยด้วยเหตุผลได้หมด
-> แรกๆมีความกลัวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มากเพราะเริ่มด้วยเงินจำนวนไม่เยอะ
-> ผลตอบแทนต่อไม้ 3-5 บาท คนทั่วไปจะถามว่าทำไปทำไม เสียเวลาหรือเปล่า ?
-> แต่สิ่งที่คิดก็คือ แล้วเราจะเทรดด้วยเงิน 5,000 ไปตลอดชีวิตไหม ?
-> เงิน 5,000 ได้กำไร 5 บาท
-> เงิน 50,000 ได้กำไร 50 บาท
-> เงิน 500,000 ได้กำไร 500 บาท
-> แต่สิ่งที่ได้จากเงิน 5,000 นั้นจริงๆแล้วมันคือ ความเข้าใจ ... ทุกอย่างมันเริ่มมาจาากตรงนั้น
-> ในระหว่างทางที่ทำ หุ้นมันก็ลงๆๆ ก็มีความสงสัย ความระแวง แต่พอหุ้นมันฟื้นก็คลายข้อสงสัยออกไป
-> KZM เวลามันลงมา หรือ มันลงตลอดไป ไม่กลัวเจ๊งเหรอ ... ก็ทำตามระบบ แล้วก็ดีที่ประหยัดทุนในการวางโซน
เด็กรุ่นใหม่ เอา KZM ไปใช้กับหุ้นเลย คิดยังไง ?
-> เริ่มแรกต้องทำบน product ที่ไม่เป็น 0
-> เล่นกับหุ้นได้ แต่... ต้องดูพื้นฐานหุ้นด้วย (เลือกหุ้นให้ดีๆ)
-> สำหรับพี่อ้วน จะดู P/BV ต่ำๆ (ต่ำกว่า 1 ด้วยยิ่งดี) , มีกำไร , มีโอกาสเป็น 0 น้อยกว่าตัวอื่น
-> เล่นกับหุ้นปั่น ไม่ควร เพราะดอยแล้วจะดอยนานน
ตอนที่เริ่มทำ เจอ Sub-prime พอดี (เริ่มก่อน Sub-prime) แรกๆทำทั้งกอง A,B,C,D แต่หลังๆก็ลดลงเหลือกอง A คือ เล่นตามโซนอย่างเดียว เพราะรู้สึกว่า ok สุด
-> แค่รู้ว่าต้องขายแพงกว่าซื้อ ถ้ามันจะขึ้นต่อก็มี Zone ต่อไปให้เล่น
-> ตลาดมันมักจะไม่เป็นไปตามที่เราคิด หากเราคิดว่า เรายังไม่อยากซื้อคุมโซน หวังว่ามันจะลงแล้วเราจะได้ต้นทุนที่ถูกกว่า ตลาดก็มักจะวิ่งขึ้นไปจนทำให้เราได้ต้นทุนที่แพงกว่าเดิมเสมอ ... เจอมาบ่อย จนหลังๆ ก็ทำตามแผนไปนั่นแหละ ... พอคิดว่ามันจะขึ้น มันดันลง ... คิดว่ามันจะลง มันดันขึ้น
-> ความเสียหาย จะเป็นแค่การเสียโอกาส แต่พอร์ตไม่เสียหาย
-> คนที่ทำ kzm ควรจะเป็นคนที่ ไม่รู้อะไรมาก่อนเลย
ตอนที่หุ้นหมดมือ หลุดโซนบน ก็แอบไปเล่นหุ้นแบบอื่นมาเหมือนกัน เอา kzm ไปทำในหุ้นปั่น (เพราะได้ข่าววงในมา) พอมาย้อนดู ... ไม่รู้ว่าตอนนั้นซื้อเข้าไปได้ยังไง (เพื่อนเชียร์ล้วนๆ) ... แล้วการเทรดตอนนั้นก็ไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ได้วางโซนไว้ว่ามันจะลงไปได้ถึงตรงไหน อาศัยความอึดอย่างเดียว ... การออกนอกระบบครั้งนั้น ผลก็คือโดนทำโทษทันที แต่ก็ได้บทเรียนกลับมา ... สุดท้ายหุ้นมันก็กลับมา แต่จิตใจพังหมดแล้ว ใจเสียทุกอย่างก็พังตามไปด้วย
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเลือก Product ให้ถูก
ปัญหาความคิดที่ว่า... ทำแล้วได้น้อย ?
-> จริงๆแล้วมอง kzm เป็นรายได้เสริม ไม่ได้จะต่อยอดไประดับอาชีพ
-> kzm เป็นเกราะป้องกันทุนของเรา จะเล่นแบบอื่นก็ได้ เช่น ใช้เทคนนิคคอล แต่เอา kzm มาช่วยในการ mm
ถ้าไม่ได้เริ่ม kzm ตอนวิกฤติ จะทำยังไง ?
-> พี่อ้วนก็ไม่ได้เริ่มตอนวิกฤติ แต่เริ่มตอนก่อนวิกฤติ
-> หากเริ่มตอนที่หุ้นดี ปัญหาคือ เวลาเห็นเพื่อนได้กำไรเยอะๆ เราจะทนได้ไหม ?
-> หากไม่ได้เริ่มตอนวิกฤติ ก็ต้องคำนวนเงินจนถึงวิกฤติให้ได้ และหากวิกฤติมาเราทนได้ไหม ?
-> ตอนวิกฤติจะใช้เงินน้อยกว่า
-> ตอนที่ทุกอย่างมันดูดี ใช้อะไรมันก็ได้ดี ตอนนั้นเราจะมานึกถึง kzm ไหม ?
-> ทุกระบบ ต้องดูให้ครบ cycle
ทำไมหลายคนทำ kzm ไม่ได้ ?
-> เริ่มจากเงินน้อยๆ เพื่อหาความรู้
-> บางคนอยากได้ทางลัด จ่ายค่าคอร์สเป็นแสน ก็จะมีความคาดหวังที่จะอยากได้เงินแสน (หรือมากกว่า) คืน
-> mindset ของพี่อ้วนคือ ลงทุนให้ได้มากกว่าฝาก bank ก็ happy เน้นปลอดภัยสุดๆก่อน
-> การลงทุนด้วยเงินก้อนเดียว (ไม้เดียว) มันยากมาก พอยิงไปแล้วก็ใจเสีย เพระจะ action ไม่ได้แล้ว
-> kzm ถึงจะได้น้อย แต่ก็ได้มากกว่าฝาก bank
-> คนส่วนใหญ่ ลงทุน 5,000 ก็อยากได้คืน 5,000 ... การหวังเท่าตัว มันก็เสี่ยงเท่าตัวเหมือนกัน
-> ตอนที่เริ่มทำ kzm แรกๆ ก็เฝ้าตลาด แต่ปัจจุบัน ดูแค่ครั้งเดียว ขอแค่มีเวลา key order เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า เราจะซื้อหรือขายอะไรที่เท่าไหร่ แล้วก็ดูว่ามี match บ้างไหม ... ถ้า match ก็ key เพิ่มไป ... จากนั้นก็ทำบัญชี ก็จบ
-> ถ้าดูตลาดก็อาจจะมีโอกาสทำรอบได้ แต่ถ้าไม่ดูเราก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกมาก kzm เป็นเพียงตัวเสริมให้เรา
-> kzm พัฒนาต่อยอดได้หลายแบบ เช่น ใช้กราฟ , ใช้ future
-> kzm ระดับพื้นฐานก็ ok ในแง่ของรายได้เสริม ที่เหลือก็อยู่ที่ทุนของเรา เทรดอย่างเดียวก็อยู่ได้ แบบไม่ฟุ่มเฟือย
-> เงินทุนเป็นสิ่งสำคัญ เก็บทุนไว้ให้ได้ ที่เหลือก็มีแต่ดอกผลให้เรา
KZM ควรไปฝึกทำในหุ้นก่อนไหม ? (ทำในทองคำ , Forex ได้ไหม ?)
-> ก็อยู่ที่เราเลือก...
-> เลือกตัวที่พื้นฐานดีๆ , ไม่เป็น 0
-> ในหุ้นมันต้องใช้ความอดทนสูง (ใช้เวลานาน) , ต้องใช้เงินเยอะ
-> แนะนำให้ทำ kzm ให้ครบ cycle ของตลาด
-> คำถามต่างๆจากการทำ kzm จะถูกตอบโดย action ของตลาด
-> อยู่ในโซน ก็มี cash flow ได้ตลอด
-> หลุดโซน = ไม่มีรายได้
-> kzm ชอบหุ้นลง หรือ โดดลง เพราะได้ของถูก ประหยัดตังค์ในการซื้อหุ้น
-> การทำบัญชีสำคัญมากกกกก เพราะเราเล่นโซนตามราคา ไม่สนตัวเขียวๆแดงๆใน streaming
-> บัญชี ต้องคิดเอง ออกแบบเอง เราจะรู้ว่าทำแบบไหน เราเข้าใจ
-> คนที่อยากทำ kzm มีเยอะ คนที่ทำจริงมีน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะใช้เวลาทำนาน
-> kzm = สิ่งง่ายๆ แต่ทำยาก คนส่วนใหญ่จะหวังผลเลยว่าทำแล้วต้องได้มากๆ
-> kzm = close system หลักการเดียวกัน ต่างกันแค่ชื่อ
-> เจอ DD = เก็บหุ้นได้ที่ต้นทุนต่ำ
-> kzm แรกเริ่มควรทำ 4 กอง จะได้รู้ว่ากองไหนเหมาะกันตัวเรามากกว่า
-> การเทรด bridge บน Future ต้องมีพื้นฐาน kzm เพราะ bridge มันไม่ได้บอกว่าจะขึ้นหรือลง แต่ถ้าเรามี zone kzm ณ ราคาที่เกิด bridge เราจะรู้ว่า zone นี้เราต้องซื้อหรือขาย
การ key ผิด สำคัญมาก เพราะมันทำให้เราใช้เงินเกินงบ มันเป็นเรื่องของ สติ
เมื่อเรา key ผิด ต้องย้อนกลับมามองว่า ทำไมเราถึง key ผิด ... เราขาดอะไรไปบ้าง ? ... ดู , ทวน หลายๆรอบ ไม่รู้ว่าเราจะรีบไปไหน ?
เงินของเรา ต้องมีที่อยู่
-> อยู่ในหุ้น
-> ฝากธนาคาร
ก็ปรับไปตามตลาด หุ้นลงก็ปรับมาซื้อหุ้น หุ้นขึ้นก็ขายหุ้นมาถือเงิน
Port Margin
-> มี port margin แต่ไม่ได้ใช้
-> การทำ kzm บนพอร์ต margin ก็คือ ไม่ได้ใช้เงินเต็มจำนวนตลอด แต่มีเงินสำรองเต็มจำนวนอยู่
-> Margin ช่วยให้เราวางโซนได้กว้างขึ้น
Step
-> วางเต็มจำนวน
-> ใช้ margin ขยายโซนให้กว้างขึ้น
-> ใช้ Future คือ เล่น future ให้เหมือนหุ้น ( 1 สัญญา = 1,000 หุ้น ) ... วางเงิน kzm เหมือนเดิม แต่เงินไม่จำเป็นต้องอยู่ในพอร์ต 100% ที่เหลือคือเอาไปฝากแบงค์กินดอกได้อีกต่อ
KZM Future
-> kzm future หมดอายุ ก็ roll over ไปซีรีย์ถัดไป ใช้การจดบัญชีในการคุมต้นทุน
-> หากมีค่าธรรมเนียม หรือ ส่วนต่างในการ roll over ก็ใช้วิธีบวกเพิ่มกำไรในโซนไปอีกหน่อย
-> เล่น future ซีรีย์ไกลไว้ก่อน
-> ที่เล่น Future เพราะกราฟมันวิ่งไว
-> อาจจะแบ่งเป็นหุ้นกอง A แต่ Future เป็นกอง C,D
-> อาจจะเก็บโซนบนด้วยหุ้น แต่โซนล่างที่ Active เทรดด้วย Future
-> การที่หุ้นมีสภาพคล่อง มันให้กำไรที่สม่ำเสมอกว่า (ออกของง่ายกว่า)
-> หากหลุดโซนล่าง = หยุดดู
-> หากหลุดโซนบน = น่ากลัว เพราะไม่มีอะไรทำ ไม่มีรายได้ แต่จะไม่ follow ไปหาตัวใหม่ดีกว่า
-> หุ้นขึ้นๆลงๆ ก็ทำตามระบบ
-> คนเราชอบอะไรที่มันง่าย และเห็นผลไวไว
-> ปัญหาของเด็กไทยคือ การรีบขึ้นไปเล่นในเลเวลถัดไป โดยที่ยังไม่มีความเข้าใจ
จบ.
อ่านตอนก่อนหน้าตรงนี้นะครับ
Note Mudley Channel ตอน การพัฒนาตัวเองกับปลาหมึก
Note Mudley Channel ตอน เทรดเดอร์ยุคใหม่และโอกาส
Note Mudley Channel ตอน Principle ของเทรดเดอร์
Note Mudley Channel ตอน How to observe market from micro account
Note Mudley Channel ตอน เฉลยข้อสอบกลางภาค 2016
http://value-visions.blogspot.com/
https://www.facebook.com/valuevisions/
https://twitter.com/ValueVisions
Monday, May 26, 2014
0183 : Close System แบบเม่าๆ
Close System แบบเม่าๆ
ขอแชร์ความเข้าใจและไอเดีย Close System ของผมนะครับ มีตรงไหนผมเข้าใจผิดพี่ๆน้องๆช่วยแนะนำผมด้วยนะค้าบ
Close System ชื่อก็บอกว่าระบบปิด ซึ่งจะเป็นส่วนของ Beta
ย้อนมาที่ Beta กันก่อน จากสมการของ Ray Dalio ที่บอกว่า Return = Cash + Beta + Alpha นั้น Beta คือส่วนของการทำ Cash Flow เครื่องผลิตเงินสด ซึ่งข้อสำคัญของมันคือ ต้องทำให้มันเทรดได้ตลอด สร้าง CF ได้สม่ำเสมอ ไม่ว่าตลาดจะเป็นยังไง
ซึ่งใน Beta ของผมก็มี หลาย model (กระจายความเสี่ยง 555) ไม่ว่าจะเทรดปกติดในพอร์ต Fx แบบไม่มี Swap อีก model ก็เป็น Logic side vs. Dark Side x 2 ทั้ง 2 model ก็เป็น close system เช่นกันครับ
ส่วนที่จะพูดถึงก็คือ Close System ซึ่งเดิม ผมเทรดแบบปกติ กิน Swap ใน positions ที่คุมโซนในตลาด แต่ไม่ได้คำนึงถึง Correlated ของแต่ละ product เลยครับ พอได้อ่าน status ของพี่ปลาหมึก ก็เลยได้ไอเดียเพิ่มเติมเรื่องการหา lagging product เพื่อเอามาจับคู่กับค่าเงินคู่อื่นๆ
ปกติใน port ผมที่เทรดกิน Swap ก็จะเลือกเทรด product ที่ให้ Swap เยอะหน่อย เช่น AJ AU และจะเทรด พวกที่ Swap น้อยลงมาเป็นบ้างครั้ง (หากเห็นโอกาส) เช่นพวก UJ EU
ซึ่งจากที่พี่ปลาหมึกแนะแนวการหา product ก็คือการจัดหมวดหมูคู่ค่าเงิน เช่น AUDxxx USDxxx GBPxxx โดยเอามาจัดเรียงว่าคู่ไหนให้ Swap ยังไง Swap+ ฝั่ง Long หรือ Swap+ ฝั่ง Short
อย่างโบรคฯ Lite Forex ที่ผมใช้ ฝั่ง Swap+ ฝั่ง Long จะมี
| Swap+ | Long | |
| Product | Spread | Swap |
| AUDCAD | 9 | 0.38 |
| AUDCHF | 14 | 0.63 |
| AUDJPY | 4 | 0.56 |
| AUDUSD | 3 | 0.52 |
| CADCHF | 7 | 0.16 |
| CADJPY | 9 | 0.09 |
| EURCHF | 4 | 0.01 |
| GBPJPY | 7 | 0.05 |
| GBPUSD | 3 | 0.02 |
| NZDCAD | 14 | 0.21 |
| NZDCHF | 19 | 0.44 |
| NZDJPY | 14 | 0.36 |
| NZDUSD | 3 | 0.44 |
| USDCHF | 3 | 0.05 |
| USDJPY | 3 | 0.02 |
| Swap+ | Short | |
| Product | Spread | Swap |
| EURAUD | 11 | 0.29 |
| EURCAD | 9 | 0.16 |
| EURGBP | 3 | 0.03 |
| EURNZD | 24 | 1.2 |
| EURTHB | 10 | 0.28 |
| EURUSD | 3 | 0.04 |
| GBPAUD | 19 | 0.9 |
| GBPCAD | 14 | 0.09 |
| GBPTHB | 10 | 0.35 |
| USDCAD | 3 | 0.09 |
| USDTHB | 10 | 0.16 |
แล้วก็ค่อยมาเลือก Product ที่มีในคู่ Swap+ ทั้ง 2 ฝั่ง (ฝั่ง Long และ Short)
อย่างของผมจะเลือก Long AUDUSD = buy AUD sell USD เป็น Product แรก
ส่วนอีก Product นึงจะเป็น Long USDJPY = buy USD sell JPY
จะเห็นได้ว่าผมมีทั้ง buy USD และ sell USD ในทั้ง 2 คู่ (ใช้ USD เป็นตัวเชื่อมระหว่าง 2 Product) ซึ่งมาดูกราฟเปรียบเทียบก็เห็นว่ามัน lagging กันพอใช้ได้ แม้จะไม่ตลอดเวลาก็ตาม
มาดูกราฟรายตัวบ้าง จาก AUDUSD
ผมตี Channel แล้วก็มองงว่ามันน่าจะเด้ง ก็เลยจัดไป Long 2 position (ซื้อรวบไว้ 1 ไม้ 555)
จากนั้นก็มาดู USDJPY
ซึ่งอยู่กรอบบนของ Channel พอดี ก็เลยยังไม่ทำอะไร แต่ถ้ามันลงมากรอบล่างก็ค่อย Long (ซึ่งเดาว่า AUDUSD จะขึ้นไปให้ผมปิดทำกำไร ดึงกระสุนคืนได้ (555 ต้องดูกันต่อไปครับ) ซึ่งถ้ามันเกินโซนที่เราวางงบประมาณไว้ เราก็หา Product ใหม่ต่อไป (กระสุนที่ใช้เทรด 2 product นี้ก็เก็บเป็น Reserve Bullet ต่อไปเลย เอาไว้รอเล่นตอนมันกลับมา)
ในกรณีเลวร้ายก็จะติดทั้ง 2 product แต่เราก็จะปล่อยไว้ในโซน ปล่อย positions ของเราคุมโซนกิน Swap+ รอ เหมือน KZM ม่ะ ดีกว่าด้วยเพราะ หุ้นไม่มี Swap รายวัน มีแต่ปันผลนานๆที เท่ากับว่า positions ของเราทำงานอยู่ทุกวันครับ
แต่อย่าลืมว่า positions แต่ละ positions ของเราเมื่อปิดไปแล้วต้องเปิดใหม่ให้ต้นทุนลดลงให้ได้นะครับ
ส่วนจะทำ model ยังไง วางเงินเท่าไหร่ เล่นกี่นัด อันนี้ ถามเองตอบเองจะดีที่สุดครับ เพราะ เราต้องคำนวณหน้าตักเราออกมาเองว่า เราจะเล่น Long/Short Only กี่นัดเราถึงจะอยู่รอด คิดแบบ Worst Case ออกมาก็ได้ครับ แล้วก็ Reserve เงินไว้ให้เพียงพอ ^ ^
ป้ายกำกับ:
Forex,
KZM,
Trade,
Trade Note,
Value Journal,
Value Visions
Monday, March 3, 2014
0144 : Virtual Position
Virtual Position
วิชา virtual position เป้นวิชาที่ผมได้จากพี่โบและพี่ต้าน จากการไปงาน KZM Meeting 2013 ซึ่งเป็นวิชาที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับมุมมองในการเทรดของผมให้เพิ่มขึ้นได้ครับ
หลังจากที่ทดลองใช้ในการเทรดทั้งพอร์ตของตัวเองและพอร์ตของกองทุน มาระยะนึงก็เลยอยากจะลองเขียนสรุปออกมาดูว่า ผมจะอธิบายมันออกมาให้คนอื่นๆอ่านเข้าใจได้ง่ายๆไหม (ถือเป็นการวัดความเข้าใจในเรื่องนี้ของตัวผมเองด้วยครับ)
Virtual Position ตามความเข้าใจของผมก็คือกระสุนลม , กำไรจากการถือเงินสด หรือกำไรจากการที่ asset มันลดค่าลง อะไรทำนองนั้นครับ
มันคืออะไรยังไง ลองดูตัวอย่างสักอันนึงก่อนนะครับ
ผมยกตัวอย่างหุ้น PTT ก็แล้วกันนะครับ
สมมุติเรามี PTT อยู่ 1 หุ้น แล้วเราขายออกไปที่ราคา 300 บาท
การขายออกไปนี้ ก็คือการ Virtual Short = คือ กูมองว่ามันจะลงอ่ะ กูเลย Short ไว้ตรงนี้
ถ้า PTT ลงมา 200 บาท เราก็จะกำไร Virtual Short 100 บาท
หมายความว่า เงิน 300 ที่เราขาย PTT ถ้าเราเอามาซื้อ PTT ในราคา 200 เราจะเหลือเงินสดในกระเป๋าเรา 100 บาท นั่นคืออะไรครับ กำไีรจากกระสุนลมไง ^ ^
ผมสอนแฟนผมง่ายๆ โดยใช้กระเป๋า Chanel เป็นตัวอย่าง ผมถามแฟนผมว่า ถ้าเกิดขายกระเป๋าออกไป 100,000 บาท แล้วไปหาซื้อจากร้านที่ขายถูกกว่า โดยซื้อได้ในราคา 80,000 ตัวเองจะเหลือเงินเท่าไหร่
แฟนผมบอกก็ 20,000 ไง เออ นั่นแหละ virtual position
short กระเป๋า Chanel ที่ราคา 100,000 มา close short แล้ว open long ที่ 80,000
อย่างทองคำ ถ้าเรามี long 1200 มาปิด long ที่ 1350
เท่ากับว่าเรามองว่ามันจะไม่วิ่งต่อแระ ณ จุดๆนี้ (ทำเสียงเหมือนพริตตี้)
พอมันลงต่ำกว่า 1350 กระสุนลม หรือ virtual short @ 1350 เราก็จะกำไร
ถ้ามันลงมา 1250 แล้วเรากลับเข้าไป long ใหม่ก็เท่ากับว่าเรามี long เหมือนเดิม(ตอนแรกเรา long 1200) แต่ในกระเป๋าเรามี Cash Flow อยู่อีก 100
เหมือนเราเป็นพ่อค้านั่นแหละครับ ซื้อถูก ขายออกไปได้กำไร ก็กลับมาซื้อให้ได้ต่ำกว่าที่ขายอีกรอบ แต่เราเป็น trader เราก็ใช้ trading skill มาจับจังหวะในการซื้อ-ขายครับ
ป้ายกำกับ:
KZM,
Trade,
Trade Note,
Value Journal,
Value Visions
Wednesday, February 13, 2013
0125 : Value Journal 13-02-2013
สวัสดีครับ
วันนี้ SET บวกกระจาย หลายคนคงมีความสุขนะครับ
สำหรับวันนี้ก็ได้ Take Profit กอง B ออกไปหลาย Lot ครับ
ก็ปล่อยไอ่ที่รับๆมาเมื่อวันก่อนนั่นแหละครับ : P
แผนการเล่นช่วงนี้ก็คือ ทำตามแผน ครับ ฮ่าๆ
ล้อเล่นนะครับ ช่วงนี้ทยอยเก็บ TDEX
ราคาต่ำๆอยู่ครับ
ลงมา 9.8X นี่ผมจะทยอยรับเข้าโซนของ Account ลงท้ายเลข 0 ไว้ครับ
ตอนนี้ก็ซื้อรวบโซนบนได้เกือบจะครบจำนวนแล้ว ขาดอีกไม่กี่ Lot
ถ้าครบเร็วก็จะขยาย Account ที่ลงท้ายด้วย 1 ต่อเลยครับ
ตอนนี้เทรด Account เลข 0 กะ 2 อยู่ กะเก็บเรียงเลขท้ายไปเรื่อยๆจนถึง 9 ครับ
ส่วนหน่วยรบกองกำลังต่างประเทศ KZM Forex
วันนี้ก็ฟอร์มดีครับ
ทำ Cash Flow ได้เยอะที่สุดตั้งแต่เริ่มเทรดมาครับ
อาจจะเป็นเพราะปรับ Model ให้ Aggressive มากขึ้น
( แต่ Aggressive ในอัตราที่พอร์ตรับ Worse Case ไหว )
ซึ่งผมตั้งเป้าอยากสร้าง Cash Flow ให้ได้เบื้องต้นสักเดือนละ
10% ของ Equity ครับ
ตอนนี้จาก Stat อยู่ที่ราวๆ 8% ต่อเดือน
ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปครับ
ว่าจะสามารถทำได้อย่างที่หวังหรือไม่…
ตั้งแต่เริ่ม Set Model มา ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวผมเองบางอย่างครับ
Mental เริ่มดีขึ้น อาจเป็นเพราะการที่เรา Set Model ไว้รองรับ Worse
Case
อยู่แล้ว
ทำให้เวลาเราเทรดกอง C , D เราไม่จำเป็นต้องเครียด
ปกตินี่เวลาเทรดผมจะเกร็งมากเลย กลัวผิด กลัวติดดอย
แต่พอมาเล่นแบบไม่มี Cut Loss ก็ผ่อนคลายลงไปมากเลยครับ
Performance ก็ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ ปกติ Buy
ปุ๊บหักหัวลงปั๊บ
Sell แล้วเด้งทันที อะไรทำนองนั้น…
แต่ Set Model แบบไม่มี Cut Loss ไม่ต้องกลัวผิด
ไม่ต้องกลัวดอย
แต่คนละเรื่องกับการเทรดแบบส่งๆนะครับ
ผิดได้ แต่ผิดแล้วต้องได้บทเรียน
ไม่ใช่ผิดแล้วผิดอีก ผิดซ้ำๆซากๆ แบบนั้นเราจะไม่ได้พัฒนาสักทีครับ
ราตรีสวัสดิ์ครับ
Happy Valentine นะครับ : )
Tuesday, February 12, 2013
0124 : Value Journal 12-02-2013
สวัสดีครับ
วันนี้เป็นยังไงกันบ้างครับ
ส่วน KZM Trader คงได้มีโอกาสเก็บของเข้าโซนกันบ้างแล้ว
การเล่นตาม Plan ทำให้เราซื้อขายเป็น Step ครับ
ถ้าเราเล่นหุ้นแบบมั่วๆ บางทีจุดที่เราขาย ( Cut Loss ) อาจจะเป็นจุดที่ควรซื้อก็ได้
และจุดที่เราซื้อ ( ไล่ราคาแบบกลัวตกรถ ) ก็อาจจะเป็นจุดที่ควรขาย
ผมเคยเป็นแบบนั้นมาก่อนครับ เลยเข้าใจ Event ประมาณนี้ดี
ฮ่าๆ
สำหรับวันนี้ทำอะไรไม่ค่อยได้ครับ
มีเก็บ Cash Flow จาก ASP กอง B นิดๆหน่อยๆ
แล้วก็รับหุ้นเข้ากอง A , B บางตัวครับ
แล้วก็พอร์ต KZM Forex ในวันนี้ Euqity ก็สามารถกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรกครับ
นับตั้งแต่เริ่ม Set Model ขึ้นมา ที่กลับมาเป็นบวกก็เพราะ Cash
Flow
ที่ Generate ได้จากการ Swing ตัวของตลาด ไป-กลับ ไปมาๆ
สามารถ Cover ขาดทุนในส่วนของ Drawdown ได้แล้ว
ที่เหลือก็เก็บ Cash Flow ต่อไปเรื่อยๆครับ
โดยก็ต้องวางกลยุทธ์ในการเทรดให้ Aggressive มากขึ้นอีกสักหน่อยครับ
เพราะรู้สึกว่าจะวางไว้แบบป้องกันตัวเองเกินไป
อีกอย่างที่ต้องวางกลยุทธ์เพิ่มเข้ามาก็คือ
Lot ที่จะเล่นเกมระยะยาว หวังผลแบบกำไรก้อนใหญ่ๆ
ส่วนใหญ่เทรดตอนนี้กอง C , D จะปิด Order เพื่อเก็บ Cash
Flow
ที่ราวๆ 30 – 50 pip ซึ่งวัตถุประสงค์คือเก็บ Cash Flow
ล้วนๆเลยปิดไวหน่อย
ผมคิดว่าการมี Order หลายๆวัตถุประสงค์ ทำให้เราได้ฝึก skill
ที่แตกต่างกันไป
ก็เลยต้องมาปรับกลยุทธ์อีกสักหน่อยนึงครับ
ซึ่งไอเดียตรงนี้ได้มาจาก Blog Chill Chill Trader ครับ
ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม 2 เล่มครับ
ของ Dan Ariely ชื่อ พฤติกรรมพยากรณ์ และ
เหตุผลที่ไม่ควรมีเหตุผลครับ
ซึ่งอ่านเล่มแรกใกล้จะจบแล้วครับ ได้ความรู้ใหม่ๆมากมายเลยครับ
สิ่งที่เราเป็นอยู่แต่เราไม่เคยตระหนักรู้มาก่อน
ผมว่าควรที่จะหามาอ่านอย่างยิ่งครับ
อันที่จริงผมอยากอ่านหนังสือให้ได้สักวันละเล่ม
แต่ไม่เคยจบในวันสักที ต่างจากเมื่อก่อนสมัยเรียนมหาลัย
วันนึงอ่านได้เป็นตั้งๆเป็นกองๆ อาจเป็นเพราะวิถีชีวิตคนเราเปลี่ยนไป
มีทั้ง Smart Phone , Social Network เข้ามา
สมาธิจึงสามารถถูกดึงให้ออกจากหน้าหนังสือได้ง่ายมากครับ
อีกอย่างก็คือวันธรรมดาตลาด Forex หรือ Commodity เปิดทำการ
ไอ่เราก็ชอบมาเปิดดูว่ามันเป็นยังไงมั่งแล้ว มี Signal
อะไรหรือเปล่า
หนังสือหนังหาอ่านได้ไม่กี่หน้าก็ผละไปซะแล้ว
จากนี้คงต้องแบ่งเวลา ที่เป็นเวลาอ่านหนังสือแบบจริงๆ
โดยที่ไม่โดนอะไรรบกวนบ้างแล้วครับ
ไม่งั้นคงใช้เวลาหลายวันกว่าจะอ่านจบหนึ่งเล่ม
ปิดท้ายด้วยหนังสือที่พี่ต้าน MudleyGroup แนะนำให้อ่านนะครับ
ผมไปเจอโพยมาในห้อง Option Club ของพี่หมอสัจจะ
1. Hedge Fund Market Wizards: How Winning Traders Win
by Jack D. Schwager (Author) , Ed Seykota (Foreword)
2. Racing Towards Excellence
by Muzaffar A. Khan (Author) , JanSramek (Author), Sir
Howard Davies (Foreword)
3. The Wisdom of Crowds
by James Surowiecki (Author)
ผมสงสัยว่าเล่ม Racing Towards Excellence
ทำไมไม่มีคนเอามาแปลไทยน้า
และหนังสือของ Jack Schwager ด้วย อันที่จริงคนที่อยากอ่านก็น่าจะเยอะ
แต่ก็นะ หนังสือดีๆ ให้ความรู้แบบรู้ลึก มันอาจจะอ่านยาก
แบบหนังสือของพี่เวบ พรชัย เล่ม Anthony Bolton หรือของเบน
เกรแฮม
คนไทยอาจไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ ต้องแบบอ่านง่ายๆ ไม่ค่อยได้ความรู้
เน้นคำว่ารวยง่าย รวยเร็ว รวยพันล้าน หมื่นล้าน อ่านกี่เล่มก็วนไปวนมา
ขออภัยนะครับ วันนี้บ่นซะเยอะเลย
ราตรีสวัสดิ์ครับ : )
Subscribe to:
Comments (Atom)


