Sunday, July 2, 2017

0601 : การสร้าง Mental ที่ดีเมื่ออยู่ในตลาด


การสร้าง Mental ที่ดีเมื่ออยู่ในตลาด


หลายปีที่ผ่านมา ผมเรียนรู้ที่จะสร้าง Mental ที่ดีให้กับชีวิต ไม่เฉพาะอยู่ในตลาด แต่มันรวมถึงชีวิตด้านอื่นๆด้วย

"Mental ดี" ในที่นี้คืออะไร ผมนิยามมันว่า ความไหลลื่น (Flow) มีความสุขสงบในจิตใจ ไม่มากไปไม่น้อยไป ซึ่งเราก็ต้องรู้จักตัวเองด้วยว่า คำว่า ดี ของแต่ละคนคืออะไร


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมจึงเดินมาในทางสายนี้ได้ (วะ) ... แรกเริ่มนั้น ผมอาจจะอยากมีความสุขมั๊ง ก็เลยให้ความสำคัญกับจิตใจ หากจะอยู่ในตลาด จะเทรด จะลงทุนก็ต้องมีความสุขใน "ระหว่างทาง" ที่เดินไปด้วย ไม่งั้นผมมองว่ามันไม่คุ้ม ถ้าการเดินทางสายนี้มันต้องเครียด ต้องอยู่ในความหม่นหมอง พร้อมจะ Join the Dark Side ตลอดเวลา

เออ แล้วทีนี้ Mental ที่ดีมันเกิดจากอะไรว้าา ... เออ นั่นสิ

ปัญหาส่วนใหญ่ของเราที่ Mental เสียมันเกิดจาก ความโลภ และ ความกลัว ทำให้เราไม่สามารถทำตามแผนตามวินัยได้

แต่เราคงไม่สามารถขจัดความโลภความกลัวออกจากตัวเราได้ แต่เราอยู่กับมัน รู้ทันมันได้ การเรียนรู้นี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ


1) การจดบันทึก
แรกสุดเลย ตอนที่เข้าไป On the Job Training โค้ชก็จะให้เขียนไดอารี่ เจออะไรมาก็เขียน คิดอะไรอยู่ก็เขียน เขียนได้ทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องเทรด หรือตีเทรดไลน์ โกรธ โมโหใครมา ดีใจเรื่องอะไร ก็เขียนได้ ... เขียนบ่อยเข้าๆ บางคนก็เลิกเขียน บางคนก็ลดความถี่ในการเขียน จนกลายเป็นไม่เขียน ... ผมนี่ก็คนนึงล่ะ แต่สุดท้ายเราก็กลับมาเขียนนะ

การเขียนไดอารี่ ช่วยให้เรารู้ทันความคิด จิตใจเรามากขึ้น พอตระหนักรู้ก็หาสาเหตุได้ ปัญหาเกิดจากอะไร ... แก้เสีย

มันช่วยให้เราตระหนักรู้ว่า เราคิดอะไร เราทำอะไรลงไป ทำไมเราถึงเข้าเทรดแบบนั้น ...
Ex. ตอนเข้าเทรดเราอาจจะคิดว่า เชี้ย! กราฟไปแล้วหว่ะ เราต้องตาม ไม่งั้นตกรถ อดได้ตังค์แน่เลย! พอสักพัก กราฟมันร่วงลงมา ติดดอย! เกิดความเจ็บปวดขึ้น ... ถ้าเราไม่บันทึกอารมณ์นั้นไว้ คราวต่อไป เราก็จะวิ่งขึ้นแบบกลัวตกรถอีกที แต่ถ้าเราจดจำอารมณ์ได้ ก็จะตะหงิดๆว่ามันแปลกๆ ฟีลลิ่งเหมือนคราวที่แล้วเลย

มันจะเกิด Gut ขึ้นมา (สำหรับผมมันจะคล้ายๆกับการฟลุ๊ค) เออ ตรูรอดมาได้เพราะฟีลลิ่งมันบอก

การจดบันทึกมันช่วย Mental ยังไง มันช่วยให้เราไม่รีบเร่ง เฮโลไปกับกระแสความโลภและความกลัว โลภนักมักกด Buy กลัวนักมัน Hedge Sell ถ้า Mental เราไม่โลภมากเกินลิมิตไปนัก ไม่กลัวจนขี้หดตดหาย ก็จะเทรดตามความเป็นจริงได้ดีขึ้น

ที่สำคัญมันทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น...


2) ความพร้อมของด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ , การจัดการเวลา , สภาพแวดล้อม , พื้นฐานการเงินส่วนบุคคล

- สุขภาพ ... ถ้าสุขภาพไม่พร้อม Focus จะทำได้ลำบากมาก เช่น ป่วยอยู่ จะมาเทรดก็คงไม่มีสมาธิเท่าไหร่ เพราะงั้น รักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ อันนี้ดีต่อทุกอาชีพเลยด้วย
- การจัดการเวลา ... เวลาที่เหมาะต่อการเทรด เวลาที่มันไม่โดนสิ่งรบกวน ซึ่งจะทำให้เราเกิดความสงบในจิตใจ (ถ้าไม่ค่อยว่างก็ต้องหากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับตารางเวลาของชีวิตเรา Mental มันจึงจะไปกันได้)
- สภาพแวดล้อม อย่างเช่น คนรอบตัว , สถานที่ , Platform ที่ใช้เทรด ... อย่างผมเวลาไปสัมมนาต่างจังหวัด จะไม่ค่อยได้เทรดเท่าไหร่ อยู่โรงแรม ไฟสลัวๆ ไม่ค่อยเหมาะกับการเทรดเลย , วันดีคืนดี streaming เจ๊ง มาใช้โปรแกรมเทรดของโบรคฯ อ่า ไม่ถนัดมือเลย ก็เทรดน้อยลงอีก ฮ่าๆ (อันนี้ก็ข้อเสียนะ จริงๆก็ก้าวข้ามมันได้ง่ายๆแหละ)
- พื้นฐานการเงินส่วนบุคคล ... ข้อนี้ หลายคนมองข้ามไป จริงๆแล้วมันเป็น Base พื้นฐานที่ช่วยให้ Mental เราดีเลยก็ว่าได้นะ เช่น ถ้าเรามีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน สำหรับใช้จ่ายได้ 6 เดือน เราคงไม่ต้องร้อนรนรีบทำกำไรอะไรมากมายเท่าไหร่ เรารู้นิว่าเรามีกินมีใช้สบายๆ อย่างพี่ๆเทรดเดอร์หลายๆคนเค้าก็สำรองไว้ถึง 24 เดือน (24x ของค่าใช้จ่ายรายเดือน) ซึ่งฐานตรงนี้แน่นมาก ก็ช่วยตัดเหตุผลที่เราจะ Join the Dark Side ออกไปได้ข้อนึงแล้ว ... หรือ มีพอร์ต Investment เพื่อเกษียณ วางแผนไว้หมด ก็ช่วยให้เราอยู่ใน Process ได้ดีขึ้นเหมือนกัน ไม่ต้องวิ่งหา Big Shot อย่างบ้าคลั่งเพื่อทำเงินก้อนโตๆในเวลาสั้นๆ เป็นต้นครับ


3) การย้อนกลับมา Review ตัวเอง
Mental เรามันก็แกว่งได้ กลับมา Review ตัวเองบ้าง คุยกับตัวเองว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น แล้วมันเกิดจากอะไร เคลียร์กับตัวเองเพื่อที่จะได้ไปต่อ ซึ่งบางทีมันก็ทำให้เรารู้จักตัวเองเพิ่มมากขึ้นด้วย


เมื่อเราสร้าง Process ดีๆให้กับชีวิตและจิตใจ Mental เราก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆนั่นแหละครับ Focus on Process เด้อ ^ ^

 

บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์อันน้อยนิดของผมเองนะครับ อาจจะไม่ตรงกับวิชาการใดๆ ถ้าผิดไปช่วยชี้แนะและโปรดให้อถัยด้วยนะครับ

No comments:

Post a Comment